1 ธันวาคม 2558

ปรับฮวงจุ้ยแพคเกจจิ้ง เสริมบุคลิกสินค้า

น้องๆเจ้าของแบรนด์เช็คกันสักนิด หายังพอมีเวลา แพคเกจจิ้งก็เปรียบเหมือนสไตล์การแต่งตัว อยากดูธรรมดาหรือโดดเด่น...เลือกเอานะ แพคเกจจิ้ง ไม่ใช่แค่มีไว้ห่อหุ้มสินค้า บอกชื่อยี่ห้อ และข้อความจำเป็น สำหรับพี่...มันคือ อาวุธ(ไม่)ลับสำหรับการสร้างความจดจำ love at first sight เชียวนะ ลองเขยิบสายตาไปมองแพคเกจจิ้งของตัวเองนิด วิเคราะห์แบบไม่ต้องแก้ต่างแก้ตัว สิ่งที่เห็นมันโอเคไหม...หากเรามองในฐานะของผู้ซื้อ
คราวนี้มาดู 8 วิธีสร้างฮวงจุ้ยแพคเกจจิ้ง เสริมบุคลิกสินค้าสไตล์ของพี่นะคะ

1.รู้จักเจ้าของสินค้าก่อน อันนี้สำคัญนะ เพราะเขาเป็นผู้อนุมัติแบบ...จริงป่ะ แน่นอน...สิ่งที่เขาชอบย่อมจะถูกอนุมัติได้ง่ายกว่า เราจำเป็นต้องศึกษาสไตล์ของเจ้าของแบรนด์สินค้าก่อนเลย ชอบแนวทางสื่อประมาณไหน

2.คราวนี้มารู้จักสินค้า ช่่วงแรกพี่จะต้องการรู้แค่สินค้าคืออะไร ตอบโจทย์...สินค้าช่วยแก้ปัญหาอะไร กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร และที่สำคัญ...ราคา!!!!! พี่สอนเสมอ ในหนังสือของพี่ก็เขียนเรื่องราคาไว้ ราคาสะท้อนความคาดหวังนะคะ

3.เริ่มสร้างบุคลิกสินค้า วางแบบคร่าวๆก่อน โรงพิมพ์กล่องสมัยนี้จะน่ารักมาก มีแพทเทิร์นกล่องด้วย ไม่ต้องตีแบบกันใหม่ ขอมาเลย เน้นรูปแบบด้านหน้าก่อน จัดการตำแหน่งโลโก้ ชื่อสินค้า คีย์วิชวล อารมณ์ภาพ รายละเอียดคร่าวๆ เท่านั้นพอ ยังไม่ต้องลงดีเทลทั้งหมด รอบนี้เพียงแค่อยากให้เจ้าของแบรนด์ดูทิศทางการนำเสนอก่อน จะได้ไม่ต้องรีเวิร์คหลายรอบ

4.พี่สอนเสมอเรื่องโลโก้ มันคือจุดขายสินค้า ฮวงจุ้ยต้องดี ต้องให้อยู่ในตำแหน่ง และมีขนาดที่ดูน่าสนใจ และน่าจดจำ หากฟ้อนต์ของโลโก้มันเป็นรูปแบบธรรมดา ก็หาทางให้องค์ประกอบอื่นมาทำให้โลโก้นั้นดูสะดุดตาขึ้นนะ

5.ขึ้นตัวอย่างสัก 2-3 แบบให้เลือก ถ้าส่งอันเดียวเลย จะมีปัญหานะ เพราะถ้าดูแล้วไม่ชอบ ก็จะบอกเลยว่าไม่โอ ขอให้ทำใหม่ แต่ถ้ามีตัวเปรียบเทียบ จะช่วยเจ้าของแบรนด์เกิดจินตนาการ และสามารถให้ฟีดแบคได้ดีกว่า หลายครั้ง แบบที่พี่ทำก็ผ่านตั้งแต่รอบแรก งานเก็บรายละเอียดใช้เวลาไม่นาน งานจบเร็วขึ้น

6.ดูตัวอย่างงาน ทำเป็นรูปแบบ 2D จะเวิร์คมาก ช่วยให้จินตนาการเปรียบเทียบได้ดีขึ้น อย่าคิดมันยากหากจะทำภาพ 2D แค่รู้โปรแกรม Illustrator Photoshop ก็ทำได้แล้ว งานเนี๊ยบกว่าเยอะ

7.พอผ่านรอบแรก มาลงดีเทลรายละเอียดให้ครบ คราวนี้พี่จะดูคุณสมบัติสินค้าเพิ่มขึ้น พวกภาพประกอบ (ไม่ใช่คีย์วิชวลนะ) ลายเส้น ปุ่ม สโลแกนจะถูกออกแบบเพื่อเติมเต็มชิ้นงาน 100%

8.ส่งให้ดูใหม่ในแบบ 2D จะส่งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง จัดเต็มไปเลย รับรองว่าแพคเกจจิ้งใหม่จะน่าดูน่าเชื่อถือกว่ารอบแรก อาจมีการปรับบ้างนิดหน่อย แต่ไม่มีทางรือใหม่ทั้งหมดแน่นอน


พี่มองการออกแบบ...แบบแยกส่วน อะไรจำเป็นก่อนหลัง จะได้ไม่อยู่ในโหมดข้อมูลเยอะ จนเลือกไม่ถูก โฟกัสไม่ได้ เวลาที่น้องๆส่งแพคเกจจิ้งมาให้พี่วิจารณ์ พี่ก็จะมองแบบแยกส่วนค่ะ ไม่อย่างนั้นจะแนะนำต่อไม่ได้ว่าส่วนไหนโอเค ส่วนไหนควรปรับปรุง

แต่ถ้ามันแย่มาก ก็จะไม่บอกว่าต้องปรับปรุงตรงไหน จะบอกว่าให้ทำใหม่อย่างเดียว 5555 
นานๆที พี่จะรับออกแบบแพคเกจจิ้ง ความจริงเป็นงานที่สนุก เพราะเหมือนแต่งตัวตุ๊กตา 5555 เพียงแต่ตุ๊กตาเราเอาไว้เล่นสนุกๆเพลินๆ แต่แพคเกจจิ้ง เราแต่งตัวมันเพื่อให้สินค้าขายได้...จ้า


‪#‎โค้ชสร้างแบรนด์‬ #BrandDesign ‪#‎BrandAdvance1‬ ‪#‎BrandAdvance2‬ ‪#‎BrandSuccessor‬

28 ตุลาคม 2558

กฎเหล็ก ต้องทำ เมื่อถูกเลียนแบบ

เบื่อเนอะ...ปัญหาโลกแตกเกิดขึ้นเกือบทุกวงการ แต่จะมานั่งบ่นทำไม ตีโพยตีพายแล้วแก้ไขอะไรได้...รึ บางคนอาจเซ็ง อุตส่าห์คิดพัฒนาสินค้าซะอย่างดี ผลักดันจนขายดี ไม่นานถูกเลียนแบบซะแล้ว คิดจะขี่หลังเสือ อยากจะอยู่ในเกม ต้องพร้อมรับทุกสถานการณ์...นะจ๊ะ
แทนที่จะทุ่มเวลา เอาพลังของเราผันตัวเองเป็นปาปารัซซี่ไปนั่งติดตามแบรนด์ที่เลียนแบบเรา หรือนั่งเม้าท์มอยกับเพื่อนเรื่องความโชคร้าย สิ่งที่น่าทำกว่าคือ...ตั้งสติใหม่ แล้วเริ่มแก้ไขปัญหา
น้องๆชอบแบบไหน แก้ปัญหาเชิงแก้ผ้าเอาหน้ารอด หรือ พลิกผันวิกฤตให้เป็นโอกาส พี่ชอบเคสหลังนะ จำไว้เลย...ไม่ถูกเลียนแบบวันนี้ วันหน้าก็โดน หรือถ้าไม่โดนเลียนแบบ บางครั้งเราก็ไปเลียนแบบเขา 5555

กฎเหล็ก 2 เรื่องนะ...คิดให้ต่าง ทำให้เร็ว
สินค้า ผลิตภัณฑ์ ต่างก็มีวงจรชีวิต ไม่ใช่วิ่งแข่งกับสินค้าอื่นเท่านั้น แต่แข่งกับความคาดหวังของลูกค้าด้วย น้องอยากคิดต่าง อยากให้สินค้าโดน น้องเข้าใจเรื่องความคาดหวังของลูกค้าได้ลึกซึ้งแค่ไหน บอกเลยนะ ที่เรียนกันตามตำรา ท่องทฤษฎีเป็นฉากๆ มันไม่เหมือนตอนลงมือทำจริงเลย มันลึกซึ้งเยอะกว่าที่คิดไว้นะ สรุปอยากคิดให้ต่าง ต้องมองทะลุความคาดหวังของลูกค้านะ
ช้าๆได้พร้าเล่มงาม...ไม่เอาแล้ว เทคโนโลยีเปลี่ยนไป การใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีต้อง...เร็ว...แพลนแล้วนิ่ง ก็เท่ากับ...ล้าหลัง อยากสำเร็จ แต่ทำแบบเอาสบาย กับทุ่มเทแบบบ้าพลัง...อุปมาเกินไปหน่อยนะ 5555 ทำแบบไหนจะพบความสำเร็จหล่ะ อ้อ...การทำให้เร็ว ก็ต้องมีศิลปะนะ ทำให้เร็ว...นั่นแหล่ะใช่ แต่ทำแบบไหนให้เร็ว นั่นแหล่ะประเด็น
ถ้าเราฝึก 2 กฎเหล็กไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าเจอสถานการณ์ถูกเลียนแบบอีกกี่ครั้งในชีวิต ก็สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสใหม่ๆได้เสมอ ...ถ้าเราไม่คิดต่าง แต่ทำเร็วอย่างเดียว มันจะเป็นอย่างไร...คำตอบก็ไม่นอกเหนือความคาดหมายจริงไหม...สินค้าไม่โดดเด่น มันจะโดนใจคนซื้อสักกี่คน มันจะแข่งกับคนอื่นได้อย่างไร มันจะล๊อคลูกค้าอยู่ได้นานแค่ไหนกัน
การเลียนแบบมันเกิดขึ้นเกือบทุกวงการ สิ่งที่พี่เขียน ก็ถูกเอาไปขัดเกลาเขียนเป็นเว่อร์ชั่นใหม่ สิ่งที่สอนในคอร์ส ก็ถูกนำไปสอนต่อ พี่จะโวยวายทำไม พี่ก็ใช้กฎเหล็ก 2 เรื่องนั่นแหละในการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สอนคอร์สสร้างแบรนด์มาหลายรุ่น เมื่อมันเริ่มโดนเลียนแบบ สิ่งที่ทำก็คือ ปรับปรุงคอร์สเพิ่มมูลค่าเข้าไปซึ่งจะถูกใช้สำหรับคอร์สที่สอนตั้งแต่เดือนพฤศิกายนเป็นต้นไป ถึงไม่ปรับ คนอื่นก็อาจพูดเรื่องเดียวกันได้ไม่ลึกซึ้งเท่า แต่พี่ก็ชอบเห็นผลิตภัณฑ์ของพี่....มีชีวิตอยู่ตลอดเวลา...
ลองนำแนวคิดกฎเหล็ก 2 เรื่องไปปรับใช้นะคะ สำหรับน้องๆที่อยากฟังเรื่องนี้กันให้ชัดเจน ไอเดียจะได้บรรเจิด ไม่ต้องเสียเวลา พี่ก็มีคอร์สอบรม เช็ครายละเอียดที่http://www.conceptsalliance.com/training_coachwazinee.html

25 ตุลาคม 2558

อย่ามัวก้อปปี้แบรนด์อื่น อย่าหลงเลียนแบบความสำเร็จที่ผ่านมา

อย่ามัวก้อปปี้แบรนด์อื่น
อย่าหลงเลียนแบบความสำเร็จที่ผ่านมา 
เวลาเดินหน้า คนเราเบื่อเรื่องเดิมๆ 
ต้องคิดให้ต่าง...ต้องแข่งกับเวลา...
ทุกคอร์สที่พบน้องๆเจ้าของแบรนด์ พอแนะนำเรื่อง line@ ส่วนใหญ่ยังไม่เคยมีบัญชี line@ พี่เคยเขียนเรื่องนี้ไว้หลายเดือนมาแล้วนะจ๊ะ
บางคนมองก็คิดว่าเป็นแค่อีก 1 ช่องทางในการติดต่อลูกค้า เพิ่มความสะดวกในการปิดการขาย ไม่เปลืองค่าโทร แต่บางคนมองว่าการมีบัญชี line@ มันช่วยสร้างโอกาสการขาย บางคนศึกษาเรื่องนี้อยู่ แต่ยังไม่ลงมือทำซักที บางคนมีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร น้องๆผู้อ่านคิดอย่างไร มีหรือยัง เจ้า line@ นี่

พี่มองว่ามันเป็นทั้งช่องทางและตัวช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ อีก 1 ช่องทางที่ช่วยเชื่อมต่อกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพราะคนที่จะมา add บัญชี line@ ของเราหรือจะเป็นเพียงแค่ติดตาม ส่วนใหญ่จงใจมา.....เว้นแต่บัญชี line@ ประเภทที่ตั้งชื่อบัญชีไว้อย่างนึงตอนแรก พอมีเพื่อนคนฟอลโล่ว์เยอะ แล้วเปลี่ยนชื่อบัญชีภายหลังนะคะ....เรามาคุยในเคสที่จงใจดีกว่านะคะ
การมาแบบจงใจ สำหรับน้องเจ้าของบัญชี line@ ย่อมมีโอกาสที่จะสานต่อความสัมพันธ์ได้ง่ายกว่า จะโพสต์ในไทม์ไลน์ จะส่งบรอดแคสต์ข้อความที่เหมาะสม ก็มีโอกาสจะได้รับฟีดแบคที่ดีกว่า
หัวใจสำคัญของบัญชี line@ เราต้องสามารถตรึงเพื่อนตัวจริงให้อยู่กับเราให้นานๆให้ได้ ไม่โดนบล๊อค ดังนั้นถึงมันจะเป็นช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า แต่ไอเดียในการนำเสนอแบรนด์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะเจ้าไอเดียนี้แหละจะช่วยตรึงเพื่อนที่จงใจมา ไอเดียอีกนั่นแหละ...ที่ช่วยสร้างโอกาสการขาย ต้องขอบคุณไอเดียอีกครั้ง...ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ
สรุป...ลูกค้าเราเปลี่ยนใจเปลี่ยนพฤติกรรมได้ เราอย่ายึดติดกับมุมมองเดิมๆ เห็นคนอื่นทำแล้วเวิร์ค ทุกคนพร้อมทำตามกันหมด ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้เค้กชิ้นโต ก็เหมือน mlm แหละ อยู่ต้นสายย่อมได้เปรียบ การปั้นแบรนด์ธุรกิจ ก็ต้องใช้ไอเดียบวกความเร็วชิงความได้เปรียบ...นะคะ
อย่ามัวก้อปปี้แบรนด์อื่น อย่าหลงเลียนแบบความสำเร็จที่ผ่านมา เวลาเดินหน้า คนเราเบื่อเรื่องเดิมๆ ต้องคิดให้ต่าง...ต้องแข่งกับเวลา...นะคะ

การตลาดมันไม่ใช่...มาม่า ไวไว

การตลาดมันไม่ใช่...มาม่า ไวไว
มันคือเส้นสปาเก็ตตี้ต่างหาก...555
จะกินสปาเก็ตตี้ ต้องพลิกแพลงกว่าเยอะ
เรียนไปทำไม..สร้างแบรนด์ ย้ำตลอด การตลาดประกอบด้วย 2 เรื่อง ภาพลักษณ์ และ จุดกระจายสินค้า ภาพลักษณ์เป็นเรื่องการนำเสนอ ทำสินค้า อยากเติบโตธุรกิจ หยุดคิดเรื่องการนำเสนอได้เหรอ ยุคนี้ เราโฟกัสมากเรื่อง...คอนเท้นท์มาร์เก็ตติ้ง...ซึ่งก็แค่เป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอนะ

จุดกระจายสินค้าคือเวทีโชว์ตัว เวทีที่ฮิตมาก...ทุกแบรนด์ต่างกระโดดเข้าใส่คือ ออนไลน์ การเรียนเรื่องการทำตลาดออนไลน์ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยให้เข้าใจการบริหารจุดกระจายสินค้า แต่...หาก...บริหารช่องทางได้...ทำเป็น...รู้เหมือนคนอื่นรู้...แต่เรื่องการนำเสนอภาพลักษณ์กลับทำไม่เป็น...เราจะช่วงชิงความได้เปรียบ...อย่างไร
ยุคทองของโค้ชชิ่ง win-win ทั้งผู้เรียนและผู้สอน ออฟชั่นให้เลือกเยอะ...เริ่ดเนอะ บางคอร์สก็ตั้งชื่อซะ...ประมาณคอร์สสรรค์ส่งมา พิจารณาให้ดีๆ ดูเนื้อหา ดูเวลา พิจารณาผู้สอน ความเป็นไปได้ของสิ่งที่ได้รับ ประสบการณ์ช่วยแนะแนวทางได้มากมาย แต่...ความเชี่ยวชาญก็เป็นสิ่งสำคัญ...นะ
พี่ทำงานด้านการตลาดกว่า 20 ปี นานมาก...แก่แล้ว...555 รู้หลายอุตสาหกรรมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) น้ำมันเครื่อง รถเช่า ฮาร์ดแวร์ เทเลคอม อิเลคโทรนิคส์ ศูนย์การค้า เครื่องดื่ม สกินแคร์ คลินิคความงาม ผลิตภัณฑ์เกษตร ร้านอาหาร วัสดุก่อสร้าง เครื่องประดับ เสื้อผ้า เยอะแยะสารพัดแบรนด์ ความรู้เพาะบ่มจากงานที่ทำมานาน
เมื่อเลือกที่จะเดินบนถนนธุรกิจให้ความรู้ พี่ไม่ใช่คนดัง คนที่มาเรียนกับพี่ เพราะเห็นถึงประสบการณ์ที่มี ความรู้หลากหลายที่สะสมมา ใช่...พี่ขายความรู้ พี่ขายทางเลือก อาจจะเข้าข่าย...ขายฝัน...ก็ได้ แต่จะ...ไม่ขาย...ความหวังลมๆแล้งๆ ทุกบาทที่จ่ายค่าคอร์ส ถูกแลกด้วยความคาดหวัง พี่มีหน้าที่...เปลี่ยนความคาดหวังให้เป็นความจริง ก็มัวแต่คิดแบบนี้...ถึงไม่รวยสักที 5555
คอร์สที่จัด เน้นเรื่องแบรนด์ จัดการเรื่องภาพลักษณ์ เรื่องการนำเสนอแบรนด์แบบเป็นขั้นตอนโดยใช้โมเดลสร้างแบรนด์ที่คิดค้นขึ้นเอง...เริ่ดดดด.... มันเป็นเหมือนแผนที่สำหรับการเดินทางของแบรนด์ เอาไว้กำหนดทิศทางและแก้ไขสถานการณ์การแข่งขัน แต่ละสื่อ แต่ละเวทีโชว์ตัว มีความต่างกัน จะปรับการนำเสนออย่างไรให้คุ้มเงินที่ลงไป พีเลือกที่จะแนะนำการนำเสนอแบรนด์ในตลาดออนไลน์เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งมากกว่าจะมาอธิบายว่าการตลาดออนไลน์คืออะไร ถามพี่เรื่องตลาดออนไลน์ ก็ตอบได้นะ แต่พยายามโฟกัสกันที่การนำเสนอมากกว่า
แบรนด์มันเกิดขึ้นไม่ได้ตั้งแต่วันแรกของธุรกิจ ต้องทำต้องปรับ แต่ยิ่งทำยิ่งชัดเจน ยิ่งปรับยิ่งสมบูรณ์ หน้าที่ของพี่คือช่วยน้องเจ้าของแบรนด์ปั้น...ปรับแบรนด์...ให้สมบูรณ์ขึ้น ภายใต้ชื่อคอร์ส...รวบรัดปั้นแบรนด์ให้ขายได้... สนใจ อยากเรียนรู้เพิ่ม...เพื่อนำไปพัฒนาการนำเสนอของสินค้า รายละเอียดคอร์สเพิ่มเติมที่http://www.conceptsalliance.com/training_coachwazinee.html คุยกันก่อน ทักได้ที่ ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee จ้า

8 ตุลาคม 2558

ขอบคุณที่เลือกมาเรียนกับโค้ชสร้างแบรนด์

สวย หล่อ...ทั้งนั้น น้องๆที่มาเข้าคอร์สสร้างแบรนด์ รุ่นที่ 27 เมื่อวันที่ 3-4 ตุลาคมที่ผ่านมา เรียนจบ 2 วัน กลับไปพร้อมกับการบ้านและทางเลือกอีกเพียบ






ถ้าถูกใจ...ก็ทำไปเถอะ

อยากประสบความสำเร็จ
ย่อมต้องมีก้าวแรก...เสมอ
น้องๆ ถาม อยากทำธุรกิจสกินแคร์ 
แต่ห่วงว่าตลาดมันจะตัน
จะทำดีไหม จะเสี่ยงไหม
ตราบใดที่ผู้หญิงยังอยากสวย
อย่าห่วงว่าตลาดจะตัน
ทุกธุรกิจก็เสี่ยงทั้งนั้นจ้า
เอาเวลากล้าๆ กลัวๆ มาวางแผนดีกว่านะ
อะไรจำเป็นต้องมี ก็อย่าไปมองข้าม


เรื่องนำเสนอ เรื่องสร้างแบรนด์ จำเป็นนะ
เพราะคู่แข่งเยอะ มันเป็นเป็นทางเดียว
ที่จะทำให้เราโดดเด่น แตกต่าง
ช่องทางขาย เขามี เราก็สร้างได้
แต่เรื่องแบรนด์นี่สิ...ต้องเข้าใจ
ต้องบริหารเป็น...ต้องทำให้เติบโต
เรื่องสื่อ เขาลงสื่อนั้น เราก็ลงได้
เขามีโซเชี่ยล เราก็มีได้
ต่างกันที่การนำเสนอในสื่อ กับ เงินลงทุนสื่อ
หากด้อยทั้ง 2 เรื่อง ก็จบนะ
หากเงินน้อย แต่นำเสนอได้ดี
ก็ยังเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้ระดับนึง
คนเรามันไม่ได้มีโอกาสเท่าเทียมกันหรอก
ที่สำคัญคือ...จะบริหารโอกาสที่มีได้อย่างไร
ถ้าใจชอบ ใจรัก ก็อย่าหวั่นไหว
ลุยไป เรียนรู้ไป แก้ไขปัญหาให้ไว
คิดบวกได้ แต่ต้องแอคชั่นบวกด้วย
ก้าวแรกจะนำสู่ก้าวต่อๆ ไป...
ส่วน..ก้าวที่ยิ่งใหญ่
ย่อมต้องผ่านหลายๆบทเรียน...นะ

ทีมงาน vs. ความก้าวหน้าขององค์กร

นาทีนี้ จะเรียนรู้เรื่องการตลาดแค่พื้นฐานไม่ได้แล้ว เรื่องสร้างแบรนด์องค์กรไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ต้องรอให้บุคคลที่ 3 มาจัดการให้อย่างเดียว ทิศทางต้องมี ความต่อเนื่องต้องพร้อม อยากเติบโตแบบก้าวกระโดด ต้องติดอาวุธด้านการตลาดให้ทีมงานตั้งแต่วันนี้



เจ้าของแบรนด์รู้ แต่ลูกทีมไม่เข้าใจ ปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน สกัดความเครียด หยุดความไม่พร้อมดีกว่านะคะ หลักสูตรอบรมของโค้ชสร้างแบรนด์มีทั้งหลักสูตรสำหรับเจ้าของแบรนด์ รายละเอียดที่http://www.conceptsalliance.com/training_coachwazinee.html

สำหรับทีมงานในองค์กร แนะนำหลักสูตรเฉพาะกิจ อบรมเฉพาะกลุ่ม เน้นพัฒนาศักยภาพทีมงานให้สานต่อความคิดเจ้าของแบรนด์ได้อย่างต่อเนื่อง หลักสูตรเฉพาะกิจนะ ไม่ใช่พื้นฐานทั่วไป แต่ละทีมงานย่อยมมีความจำเป็นในการเติมความรู้แตกต่างกัน การสอนจึงอิงจากการลงมือปฎิบัติเป็นหลัก เพื่อให้การเรียนรูั้สามารถนำไปใช้ต่อให้ได้มากที่สุด

สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee
‪#‎โค้ชสร้างแบรนด์‬

2 กันยายน 2558

จากจุดยืน...กลายมาเป็นจุดขาย

เกิดอะไรขึ้น...น้องเจ้าของแบรนด์ติดต่อมาเพื่อจ้างพี่ทำงานให้
แต่ทำไม...พี่ยุให้มาลงคอร์สสร้างแบรนด์...ซะนี่

ยอมรับเลยนะ...จ้างพี่ทำงาน พี่ได้เงินมากกว่าค่าโค้ชชิ่งอีก ก็โค้ชชิ่งแต่ละครั้ง รับเพียงแค่ 8 คน ไม่ต้องหวังเห็นเงินแสนจากการโค้ชชิ่งแต่ละรอบเลย แต่คนเรามันต้องมีจุดยืน..ใช่ไหม ผ่านประสบการณ์มาเยอะแล้ว ทำมาเยอะแล้ว รู้เลย...เจ้าของแบรนด์ขาดอะไร จ้างคนอื่นมาทำงานให้ ไม่ยากหรอกนะ ถ้ามีทุน แต่ก็อย่าลืมว่า เราต้องบริหารภาพรวมให้เป็น กำหนดทิศทางการตลาดของเราให้ได้ คนนอกเข้ามาอยู่กับเราเพียงชั่วครู่ หมดสัญญาก็ไป แต่เราต้องอยู่กับแบรนด์เราไปตลอด ถ้าบริหารไม่เป็น จัดการเรื่องลงทุนไม่คุ้ม ใครเสียประโยชน์
ไม่รู้เรื่องการตลาด มันไม่ผิดหรอกนะ แต่ผิดแน่ๆ เมื่อรู้ตัวว่าไม่รู้แล้วกลับไม่แก้ไข ความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้นทุกวัน อย่ามัวกอดตำราที่เขียนไว้ 10 ปีที่แล้วอยู่เลยนะ จ้างเขาทำอาจจะคิดว่าเป็นทางลัดนะ ถ้าผลลัพธ์ได้ดังหวัง แต่ทางลัดนั้นไม่ชดเชยสิ่งที่เราขาดได้หรอกนะ
บางคนหวังว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆได้ จำกัดเวลาไม่กี่ชั่วโมง ไม่ใช่พี่คิดว่าน้องๆไม่เก่ง ไม่ฉลาดนะ ทุกคนมีความสามารถ แต่การที่จะนำพาน้องเข้าใจโลกการตลาด ย่อเวลาการเรียนรู้หลายๆปี มันไม่เหมือนการบอกสูตรอาหารนะคะ ถ้ามันง่ายแบบนั้น คนที่อ่านตำราการตลาด เข้าคอร์สเรียนก็ต้องทำได้หมดสิ
พี่เห็นหลายคนเข้าคอร์สการตลาดเยอะแยะ แต่ก็ยังคงทำแบบเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง เกิดอะไรขึ้นกับการเรียนรู้ ถ้าหากจะยอมลงทุนเงิน ยอมสละเวลาเพื่อพัฒนาตนเอง เราต้องสามารถนำสิ่งที่เรารู้มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้สิ เป้าหมายของการโค้ชชิ่งของพี่คือเห็นเจ้าของแบรนด์เก่งขึ้น ไม่ได้หวังจะได้รับงานจากเจ้าของแบรนด์ เอเจนซี่ ฟรีแลนซ์มีเยอะแยะ เก่งๆก็เยอะ
พี่ชอบและเชื่อว่า ถ้าน้องๆเจ้าของแบรนด์เข้าใจเรื่องการตลาดชัดเจนขึ้น ก็จะบริหารแบรนด์ดีขึ้น เข้าใจสิ่งที่ทำมาพลาดตรงไหน และต้องแก้ไขอย่างไร สิ่งที่เรียนรู้จะติดตัวไปตลอด เมื่อต้องเจอสถานการณ์ ต้องแก้ปัญหา จะสามารถหาทางเลือกให้ตัวเองได้ดีขึ้นค่ะ
ถ้าสิ่งที่พี่เชื่อ...คือสิ่งที่น้องกำลังมองหา ลองอ่านรายละเอียดโค้ชชิ่งที่พี่จัดhttp://www.conceptsalliance.com/training_coachwazinee.html มีรายละเอียดหลักสูตร ภาพบรรยากาศ คลิป รีวิว พร้อมให้น้องๆพิจารณานะคะ
สนใจคุยกัน แอดไลน์นะคะ http://line.me/ti/p/%40wazinee จ้า
‪#‎โค้ชสร้างแบรนด์‬
‪#‎sell_your_brand‬

27 กรกฎาคม 2558

โปรโมทเว็ปไซต์บนเฟสบุ๊ค ลูกเล่นโฆษณาเลื่อนรูปได้

เอาหล่ะ วันนี้โค้ชโหน่งขอเม้าท์กันนิดเรื่องโฆษณาแบบเลื่อนรูปได้ น้องๆคงมีโอกาสเห็นแบรนด์ชาวบ้านคนอื่นเข้าใช้ลูกเล่นนี้แล้ว...ใช่ไหม...ใครตอบ ยังไม่เคยเห็น...อุต๊ะ...น้องไปอยู่ไหนมา อย่ามัววุ่นกับการเก็บเงินจนลืมเช็คความเปลี่ยนแปลงของโลกโซเชี่ยลนะคะ 

โค้ชโหน่งขอสรุปคร่าวๆของเจ้าโฆษณานี้...ตามนี้เลยจ้า
1.เป็นการทำโฆษณากะเฟสบุ๊คเพื่อเรียกคนไปเว็ปไซต์ของเรา ใครที่ขายของอยู่บนเฟส ขอเตือนเลยนะ อย่าลืมว่าต้องมีเว็ปด้วย เพราะมันสามารถนำเสนอเรื่องราวของสินค้าของธุรกิจเราได้ครบกว่าจ้า ดังนั้น ลูกค้าเจอเราในเฟส...แล้วงัย...เราก็ย่อมอยากให้เขารู้จักเราเพิ่ม...ชิมิ...ก็การตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นจากโพสเดียว..ถ้าง่ายแบบนั้นก็เริ่ดเนอะ การลากลูกค้าไปเว็ปไซต์จึงเหมือนกับการพาลูกค้าเข้าสู่โลกของแบรนด์เรานั่นงัย...แต่ๆๆๆๆ เขาไปโลกนี้แล้ว ห้ามทำให้ผิดหวังตั้งแต่ก้าวเข้าไปนะ ต้องสวย ต้องดูดีมีสไตล์...อย่าลืมเรย
2.วิธีการทำโฆษณาแบบนี้ ง่ายมั่กๆๆๆ ไปที่ create ads ภาษาไทยน่าจะเรียก สร้างโฆษณา เลือก send people to website....ดูตามรูปไปด้วยนะ จากนั้นเลือก url ของเว็ปที่เราต้องการโปรโมท มันมีให้เลือกจ้าว่าจะโปรโมทโฆษณารูปแบบไหน เป็นรูปเดี๋ยว รูปเลื่อน หรือวีดีโอ จัดไปตามใจ แต่อย่าลืมว่ารูปต้องสวย เว็ปต้องแจ่มนะ ไม่งั้นเสียตังค์ฟรี


3.อันไหนไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งรีบเขียนถาม ลองคลิ๊กอ่านดูรายละเอียดก่อนในแต่ละปุ่มก่อนนะจ๊ะ....555
4.คำพูด ข้อความต่างๆที่ใช้ประกอบโฆษณา ยังจำได้ไหมเรื่องความต้องการของลูกค้าที่โค้ชโหน่งย้ำๆอยู่ตลอด ชอบ ไม่ชอบ เกลียด กลัว นำมาประกอบการคิดเรื่องข้อความ ขายแบบ direct sell มันไม่เวิร์คนะคะ
5.แบบไหนคุ้มกว่า เขาว่ากันว่า โฆษณาแบบหมุนนั้นพาคนมาเว็ปได้มากกว่า อันนี้โค้ชโหน่งยังไม่ขอฟันธงเห็นด้วย 100% เพราะตอนนี้ต้นทุนของการพาคนมาเว็ปผ่านโฆษณาแบบเลื่อนรูปจะสูงกว่าแบบภาพเดี่่ยวประมาณ 20% หรือว่า...เรายังทำไม่ถูกต้องหว่า...นั่นสินะ...แต่ถ้าลองอีกๆลายๆแคมเปญแล้วต้นทุนยังไม่ลงมาต่ำกว่าภาพเดียว โค้ชโหน่งคงขอฟันธงว่าเป็นเพราะ คนดูขี้เกียจเลื่อนรูป เสียเวลาเขาอ่ะ
อย่าลืมนะ มีเพจ ต้องโปรโมท ไม่โปรโมท ขายของเข้าถึงลูกค้าลำบากยากเย็น มีเว็ปไซต์ต้องให้สวย หากไม่สวย ลูกค้าคลิ๊กออกง่ายดายเลยจ้า น้องๆจำเป็นต้องดูรายงานผลโฆษณาทุกวันนะ แคมเปญไหนต้นทุนสูง ต้องปรับปรุงแก้ไข หรือเลิกไปเลย แคมเปญไหน ต้นทุนต่ำ ก็ขยายผล เพิ่มเวลาเพิ่มบัดเจทโฆษณาได้เลย แต...ก็ต้องอยู่บนพินฐานที่วา่า...โฆษณานั้นให้มูลค่ากลับคืนมาสู่ธุรกิจเราด้วยนะ...จ๊ะ

26 กรกฎาคม 2558

คงไม่อยากจบในฐานะ...ผู้แพ้...หรอกนะ

หากว่าเป็นแค่บังเอิญ คงรวยกันล้นเฟสบุ้คแล้ว...หล่ะนะ
หากว่ามโนแล้วเวิร์ค คงแฮ้ปปี้กันทั่วหน้า...หล่ะสิ
วันนี้ขอบ่นเรื่องที่คาใจมานาน อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่อง...ก็ทำให้เป็นเรื่องสิน่า...มักจะได้ยินเรื่อยๆ "โค้ชคะ....พอรู้การตลาดบ้างแล้ว เคยเรียนการตลาดมา คิดว่าเรื่องนี้จัดการได้ แต่ที่ห่วงก็คือการขาย" ทุกครั้งเมื่อได้ยิน ได้เห็นคำพูดลักษณะนี้ สิ่งแรกที่พี่จะ"ไม่"ทำ ก็คือ พยายามที่จะเปลี่ยนความคิด...ความมั่นใจของน้องๆ ไม่ใช่เพราะพี่ไม่แคร์...ไม่ใส่ใจ..แต่มันเสียเวลาเปล่า...เผลอๆจะขุ่นใจกันเปล่าๆนะ บางอย่างต้องให้ประสบการณ์สอน...จึงจะเข้าใจ

การเรียน การอ่านมันง่ายกว่า...การลงมือทำจริง...เยอะมากกกกกก!!! ต่อให้ทำเคส ได้คะแนนดี เวลาเจอสนามจริง ตัวแปรมันเยอะ แล้วยิ่งถ้าข้อจำกัดคือ...เงิน มันช่างสกัดไอเดียจนไม่บรรเจิด จะคิดมุมไหนทำอะไร ก็ดูติดขัดไปหมด เอาหล่ะสิ...เมื่อเป็นแบบนี้ เงินจำกัด คู่แข่งคาดเดาไม่ได้ ลูกค้าคือใครกันแน่ สินค้าโดนใจจริงๆหรือ การแก้เกมเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ท่ามกลางความแปรปรวน...ท่ามกลางปัจจัยที่เราคาดเดาไม่ได้...สิ่งที่เคยเรียนรู้มา ช่วยเราได้...แค่ไหน
สังเกตุสิ....โดยเฉพาะน้องๆที่ประสบความสำเร็จมากๆ หลายคนอาจไม่เคยเรียนการตลาดด้วยซ้ำ หลายคนล้มลุกคลุกคลานกว่าจะปั้นธุรกิจจนสำเร็จ พี่โชคดีที่ได้มีโอกาสเจอน้องๆหลายคนที่ประสบความสำเร็จ พี่เห็นเลยว่าสิ่งที่ผลักดันให้เขาสำเร็จได้ในวันนี้...ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ความรู้ที่เขาเคยเรียนมาเลยนะ...ความพร้อมของเจ้าของแบรนด์บางส่วนมาจากความรู้ที่มี แต่ส่วนใหญ่...ความพร้อมที่จะเผชิญการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ...ต่างหาก
พี่ดีใจที่เห็นคอร์สสร้างกำลังใจเยอะแยะในปัจจุบัน เพราะนั่นจะเป็นการวอร์มอัพให้น้องๆนักธุรกิจหน้าใหม่เปิดตัวเองสู่การเปลี่ยนแปลง พี่ดีใจนะที่น้องๆอาจารย์ด้านการตลาดหลายคนเห็นคุณค่าของประสบการณ์และทักษะในการถ่ายทอดของพี่ เสียสละเวลามาเรียนรู้กับพี่...โดยเฉพาะเรื่องสร้างแบรนด์ พี่ดีใจที่ได้รับการติดต่อจากหลายหน่วยงานเพราะสนใจในหลักสูตรสร้างแบรนด์ของพี่
เพราะ...พี่มองธุรกิจเหมือนเกมในสนามแข่ง เจ้าของแบรนด์และคู่แข่งคือคนที่อยู่ในเกม โดยมีโค้ชมองภาพรวมและช่วยแก้เกม นั่นก็คือไอเดียที่มาของชื่อ โค้ชโหน่งสร้างแบรนด์ พี่เจอน้องๆที่ไม่ค่อยถามคำถามจนถึงมนุษย์เจ้าคำถาม ทุกคำถามต้องมีคำอธิบาย ต้องมีคำตอบให้ และพี่เลือกที่จะตอบจากประสบการณ์การทำงานจริง
ธุรกิจจะสำเร็จได้..มันไม่ง่ายหรอกนะคะ ไอเดียเงินล้านพูดกันไปได้ คิดกันไปไกลไม่ห้ามกัน แต่การบริหารไอเดียนั้นให้เกิดขึ้นจริง มันต้องแลกกับหลายสิ่งหลายอย่าง สรุปปิดท้าย...สิ่งที่เราคิดว่ารู้ ที่เราคิดว่าพร้อม...ถามย้ำกับตัวเองอีกครั้งว่า เรารู้แค่ไหน เราพร้อมแล้วหรือยัง...เพราะเมื่อลงสนามจริง ทุกอย่างหยุดไม่ได้จนกว่าจะเกมจบ น้องคงไม่อยากจบในฐานะ...ผู้แพ้...หรอกนะ

24 กรกฎาคม 2558

ปัญหามีอยู่ตลอดนะ ยอมรับเลยเรื่องนี้ แต่หากเลือกที่จะจมอยู่กับปัญหา แบบนี้...ยอมรับไม่ได้นะคะ^^

สื่อโซเชี่ยล จะเด่นจะดัง...ต้องพึ่งการสร้างภาพ ธุรกิจใหญ่เล็กต้องพึ่งการสร้างภาพทั้งนั้น ไม่งั้นลูกค้าจะรู้จักเราได้อย่างไร เป็นเพียง SME แล้วงัย พี่มีลูกค้าที่เป็น SME ระดับยอดขายไม่กี่ล้าน จนถึงขนาดหลายร้อยล้านต่อปี ดังนั้นอย่าไปคิดว่าเป็น SME แล้วจะโตไม่ได้ แต่โตไม่ได้อย่างแน่นอน...ถ้าปราศจากสื่อมาช่วยเป็นสะพานเชื่อมแบรนด์กับลูกค้านะคะ
เทคนิคการใช้เครื่องไม้เครื่องมือของสื่อโซเชียล เรียนรู้กันไม่ยากหรอก ถ้าไม่อยากอ่านตำรา ก็ไปเข้าคอร์สเรียน จะทำได้ไม่ยาก แต่ที่ยากคือเรียนแล้ว เปิดเพจแล้ว แต่โพสทีไร ไม่เห็นจะมีใครสนใจ สิ่งที่ไม่ได้เน้นย้ำกันในหนังสือหรือห้องเรียนก็คือเรื่อง...การสร้างภาพ และถ้าเรื่องนี้มันง่ายนัก ป่านนี้แม่ค้าออนไลน์ร่ำรวยเต็มเฟสบุ๊คแล้วหล่ะ
เบื่อมั๊ย...ผลตอบรับสินค้าบนโลกโซเชี่ยล อย่าเพิ่งท้อ...ด่านที่น้องยังไม่ผ่าน สอบไม่ได้คะแนนดีก็คือการสร้างภาพ ถ้ารู้ต้นตอของปัญหา และยังอยากจะเดินหน้าต่อ ก็ต้องเพิ่มทักษะการสร้างภาพให้เป็น อย่ารอฟ้าประทานฝนให้ นาทีนี้...น้องต้องสร้างฝนด้วยตัวเองค่ะ


การสร้างภาพไม่ใช่เพียงแค่การทำสื่อให้สวยนะคะ แต่สื่อสวยก็ช่วยให้ภาพของสินค้าเราน่าสนใจขึ้น ซึ่งก็เป็นก้าวเริ่มต้นที่ดี พูดง่ายๆ สื่อสวยก็เหมือนผู้หญิงสวย แต่ถ้าสื่อสร้างแบรนด์ก็เหมือนผู้หญิงในสเปค...นั่นแหละ 555 ดังนั้น พี่ไม่อยากให้น้องหยุดแค่ทำสื่อให้สวยเท่านั้น ต้องสามารถแปลงร่างเป็นสื่อสร้างแบรนด์ด้วย เขียนขนาดนี้ น้องๆอาจจะงงๆว่ามันเป็นสื่อประเภทไหน...กัน ทำไมต้องมาเน้นย้ำซะเยอะซะเว่อร์เชียว
ก็....ต้องหาความรู้เพิ่มนะ ตำราใครตำรามัน ตำราของพี่กลั่นมาจากประสบการณ์การทำงาน ไม่ได้ไปขอยืมใครมา แนวคิดของพี่จะประมาณนี้จ้า...หากต้องการที่จะสร้างแบรนด์เราเป็นที่จดจำ พี่ก็จะมีวิธีการคิดเป็นขั้นเป็นตอนหรือเรียกว่า 3 ด่านก็คือ จุดขาย บรรยากาศ ความต่อเนื่อง และแต่ละด่านก็จะแบ่งย่อยเป็นหัวข้อย่อยเพื่อให้ง่ายต่อการคิดและวางแผน พี่มักจะเรียกว่าเป็นจิ๊กซอว์เพื่อช่วยให้เราคิดง่ายขึ้น ลองไปดูภาพ 3 ด่านในลิงค์ http://www.conceptsalliance.com/img/service/why_conceptsalliance.jpg นะคะ
แต่เพราะสื่อโซเชี่ยลไม่ใช่มีแค่เฟสบุ๊ค ดังนั้น น้องๆจะต้องเข้าใจวิธีการสร้างภาพในแต่ละสื่อให้เหมาะสมด้วยค่ะ ไม่ใช่โพสอะไรในเฟสบุ๊ค ก็นำไปโพสแบบเดียวกันหมดในไอจี บล๊อก ไปปักหมุด การสร้างภาพที่ดี พี่ใช่คอนเซ็ปต์ บ่อยๆ...ไม่ใช่ซ้ำๆ นะคะ ดังนั้นการเตรียมคอนเท้นท์ให้เหมาะสมกับสื่อโซเซี่ยล จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของภาพที่นำเสนออกไป เพิ่มมิติของแบรนด์ แน่นอน..เพิ่มโอกาสที่จะถูกจดจำ และ...โอกาสการขายด้วยค่ะ
ลองคิดๆดูนะคะ ปัญหามีอยู่ตลอดนะ ยอมรับเลยเรื่องนี้ แต่หากเลือกที่จะจมอยู่กับปัญหา แบบนี้...ยอมรับไม่ได้นะคะ^^
ต้องการคำแนะนำเรื่องสร้างแบรนด์ ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee หรืออ่านบล๊อก blog.conceptsalliance.com อาจจะได้พบคำตอบเพิ่มเติมนะ

22 กรกฎาคม 2558

5 ส. สร้างสรรค์กับการสร้างแบรนด์

โค้ชโหน่ง...คิดไปได้...555 


เห็นภาพนี้ครั้งแรก...ก็ขำ...เหมือนกับหลายๆคน
แต่เพ่งให้ดี...เออนะ...เอามาปรับใช้ในการสร้างแบรนด์ สร้างยอดขายของน้องๆได้นิ
อยู่ที่ใจเรา...อยู่ที่การกระทำของเรา....จริงมั๊ย ลองดูเฉลย

1.สร้างภาพ ต้องรู้จักการนำเสนอสินค้าให้เด่น โดนใจ เข้าใจเรื่องแบรนด์
2.เสนอหน้า นำสินค้าไปโชว์ตัวในสื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด อย่าผิดที่ผิดเวลา...
3.สอพลอ ลูกค้าคือเงิน! จำไว้ ดูแลให้ดี ใส่ใจ เอาใจ ให้กำลังใจ ตอบคำถามดีๆ ขอบคุณเรื่อยๆ
4.ใส่ไฟ สร้างความรู้สึกอยากได้ อยากมี อยากเป็นเจ้าของสินค้าเราในทุกโอกาส
5.ส่งส่วย อย่ามัวแต่วิ่งหาลูกค้าใหม่อย่างเดียว ลองกลับไปใส่ใจลูกค้าเดิมดูบ้างสิ เงินทั้งน้าน....
รู้สึก..พี่ก็ทำ 5ส ครบอยู่นะ^^

สร้างแบรนด์ แอดไลน์คลิ๊ก http://line.me/ti/p/%40wazinee นะคะ
บริหารโดย บริษัทคอนเซ็ปต์อะลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดบริการตั้งแต่ปี 2544
‪#‎คอร์สรวบรัดปั้นแบรนด์ให้ขายได้‬ ‪#‎คอร์สจับสื่อโซเชี่ยลให้อยู่หมัด‬

โลกหมุนเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนตามให้ทัน

โลกหมุนเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนตามให้ทัน
หากยังล้าหลัง..รอให้โลกหมุนกลับ
นอกจากเป็นไปไม่ได้แล้ว นอกเสียเวลาแล้ว คุณคิดว่า...เสียอะไรอีก



ระยะหลังเจอเยอะมาก น้องๆมาบ่น เริ่มท้อ เริ่มเซ็ง ยอดขายหด คู่ค้าหาย เกิดอะไรขึ้น พอจนมุมแบบนี้ ก็ต้องมองหาที่พึ่งมาช่วยแก้ไขแก้เกม สิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือเราหนีความเปลี่ยนแปลงไม่ได้
การตลาดมันก็เหมือนปลาเป็น มันต้องมีชีวิต ต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอด หากเราคิดว่าการตลาดก็เหมือนปลาที่ตายแล้ว คิดเหมาว่าทุกอย่างคอนโทรลได้ ก็คงไม่ต่างจากเครื่องจักรไร้ชีวิต นั่นก็หมายถึงโอกาสของเราหดหายตายจากเราไปด้วยนะ

น้องๆต้องรู้จักขยับความคิด หาทางทำสิ่งที่แตกต่าง เพราะถ้ายังขืนฝืนทำแบบเดิมๆ ผลลัพธ์ก็คงมีแต่เดิมๆและย่ำแย่ลง อย่ารอให้ถึงที่สุด แย่ที่สุด เลวร้ายที่สุดแล้วค่อยเปลี่ยน

จำไว้...ทำธุรกิจ อย่าหยุดที่จะพัฒนา สิ่งที่ทำอยู่อาจถูกก๊อบปี้ในไม่ช้า ก่อนหน้านี้ใครจะเคยคิด หมูย่างข้าวเหนียว ข้าวโพดต้ม เต้าส่วนจะเข้าไปขายในร้านสะดวกซื้อได้ ในขณะผู้บริโภคได้รับความสะดวกมากขึ้น ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ ในเมื่อธุรกิจมีความเสี่ยงที่จะถูกก้อปปี้หรือแทนที่ จำเป็นอย่างมากที่ต้องเริ่มหาและสะสมมุมมองใหม่ๆ มาปรับใช้ในธุรกิจ อย่ารอจนหลังชนฝา แล้วค่อยหาทางสู้

อุทธาหรณ์สอนใจเลยนะ ถ้าเห็นเพื่อนร่วมธุรกิจหายไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด อย่าเพิ่งด่วนสรุปดีใจไปว่าเราจะได้ยึดพื้นที่ขายคนเดียว มีมากขึ้นก็ต้องคิด หดหายไปก็ต้องตรวจสอบ เพราะเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้เป็นภาพสะท้อนของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้าไม่ใส่ใจ ไม่ไหวตัวตามให้ทัน สุดท้าย....เราอาจเหลือทางเลือกไม่มากนัก

ปรึกษาสร้างแบรนด์ แอดไลน์คลิ๊ก http://line.me/ti/p/%40wazinee นะคะ
บริหารโดย บริษัทคอนเซ็ปต์อะลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดบริการตั้งแต่ปี 2001
#‎คอร์สรวบรัดปั้นแบรนด์ให้ขายได้ #‎คอร์สจับสื่อโซเชี่ยลให้อยู่หมัด
#‎คอร์สย้อมสื่อสร้างแบรนด์ไม่ง้อใคร

16 กรกฎาคม 2558

ความจริง...อันแสนเจ็บปวด

ความจริง...อันแสนเจ็บปวด
ใช้มือถือท่องเว็ป ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าพี่จะบอกว่าโอกาสที่คนดูเว็ปผ่านทางมือถือจะสั้นกว่าใช้อุปกรณ์อื่น อาจเป็นเรื่องใหม่ ช่างน่าอึดอัดใจ อุตสาห์ปรับเว็ปเพื่อรองรับการเข้าชมผ่านทางมือถือ อยากให้สะดวก ชมเว็ปได้นานๆ เข้าตำราที่พี่ชอบพูด ยิ่งดูนาน โอกาสการขายก็สูงขึ้น เมื่อความเป็นจริง...โลกไม่สวยอย่างที่หวัง จำเป็นต้องดูข้อมูลให้เป็น แล้วนำมาแก้ไขปรับปรุงนะคะ แก้ไขแล้วก็ต้องหมั่นตรวจสอบ สรุป...วิเคราะห์กับสร้างภาพต้องไปด้วยกัน เตือนเลย...สร้างภาพไม่ใช่เรื่องของสกินแคร์อย่างเดียว
พี่แนบรายงานบางส่วน Google Analytics เว็ปของพี่ www.conceptsalliance.com


มือถือเข้ามามีบทบาทเยอะมาก จำได้ว่าปีที่แล้ว ยังแค่ประมาณ 55% ปัจจุบันเพิ่มขึ้นถึง 77%
อะไรไม่น่าหนักใจเท่าระยะเวลานี่นะสิ...ถึงแม้จะเป็นเพียงค่าเฉลี่ย ก็อย่าเพิกเฉย..ระยะเวลาเฉลี่ยสั้นกว่าอุปกรณ์อื่น ต้องทำอย่างไร พี่ใช้แนวคิดเรื่องสร้างแบรนด์มาปรับปรุงเว็ป ถ้านิ่งเฉย ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ใครขยับก่อนได้เปรียบ แต่...ประเด็นน่าจะอยู่ที่ขยับแบบไหน...จริงไหม ลองไปส่องดูผลเว็ปของตัวเองแล้วก็เริ่มปรับปรุงดีกว่านะคะ
ปรึกษาสร้างแบรนด์/รับไอเดียที่เป็นประโยชน์ แอดไลน์คลิ๊กhttp://line.me/ti/p/%40wazinee นะคะ

10 เหตุผลที่ต้องมาเรียนกับโค้ชโหน่ง

นาทีนี้...มัวแต่ช้าๆได้พร้าเล่มงาม...ไม่ไหวแล้ว
เรามีสินค้า คนอื่นก็มี เราทำเพจได้ คนอื่นก็ทำได้
อยากขาย อยากโดดเด่น ต้องแก้ไขแบรนด์...เท่านั้น
จะดันแบนรด์ให้เกิด ต้องรู้สเต็ปสร้างแบรนด์


10 เหตุผลที่ต้องมาเรียนกับโค้ชโหน่ง
1. จะพูดทำไม...ทฤษฎี ฟังยาก ต้องพลิกแพลงเป็น นาทีนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ เน้นแนวทางชัดเจน แก้ไขตรงประเด็นดีกว่า...จริงไหม
2. อย่าเพ้อว่ารู้แล้วจะรวย ถ้ามันง่ายขนาดนั้น คงรวยกันไปครึ่งประเทศแล้ว เน้นฝึกคิด รู้หลักลงมือทำ ตอกย้ำเรื่องวินัย พวกช่างฝันหลบไป ขอคนจริงจังที่พร้อมลงมือทำ
3. โค้ชโหน่งไม่ใช่สาวน้อยมหัศจรรย์ รู้เยอะเพราะทำมากว่า 20 ปี ลูกค้าหลายธุรกิจ รับสร้างแบรนด์ ออกแบบสื่อ คิดเขียนคอนเท้นท์ บริหารเพจ ทำเว็ปไซต์ บางเวลาก็เป็นแม่ค้าออนไลน์ รู้ไม่จริง จำคนอื่นมาพูด ไม่กล้าสอนหรอกนะ
4.จะพูดทำไมเคสคนอื่นที่เราไม่เคยมีส่วนร่วม 10 มือคลำไม่เท่าทำเอง ยกตัวอย่างผลงานที่ทำ วิเคราะห์ที่มา ผลลัพธ์ที่เกิด ชัดเจน จับต้องได้...ดีกว่าไหม
5. เรียนกันเต็มห้อง จะไปสู้คลาสเล็ก เน้นคุณภาพได้อย่างไร อยากเปลี่ยนแปลง ต้องสื่อสาร2ทางเท่านั้นนะ ไม่ใช่แค่มานั่งฟัง อยากเติมมุมมองใหม่ ก็ต้องเลือกสิ่งที่แตกต่าง
6. แบรนด์เรานะ ธุรกิจเรานะ...อยากรวยต้องพร้อมกำหนดทิศทางของธุรกิจเอง โค้ชโหน่งสอนให้เลือกมากและเรื่องมาก อย่าให้ใครมามอบทางเลือกให้ อย่าถูกมัดมือชกง่ายๆสิ
7. คิด วางแผน ลุย แต่คุ้มเงินหรือเปล่ากับสิ่งที่ทำ เรียนรู้วิธีเข็คประสิทธิภาพการใช้เงิน แล้วถ้าไม่คุ้ม รู้ไปเลยว่าต้องแก้อย่างไร ตัวอย่างมีให้ดู ทำสำเร็จมาแล้ว หากทำตามที่โค้ชโหน่งแนะนำ...จะพลาดเป้าได้อย่างไร
8. เรียนไปแล้วต้องเข้าใจการตลาด วิเคราะห์ทางเลือกได้ แก้เกมเป็น สร้างความเปลี่ยนแปลงสำเร็จ โค้ชโหน่งสอนตลอด สติ ปัญญา วินัย ไม่สนใจที่มาแต่ละคนจะเป็นเช่นไร
9. สอนให้เก่ง ให้แก้ปัญหาได้เอง ไม่ใช่เพื่อต่อยอดให้โค้ชโหน่งถูกจ้างทำงานภายหลัง งานเยอะแล้ว อายุก็ 48 แล้ว เน้นปั้นเจ้าของแบรนด์ให้เก่งดีกว่า
10. เสียเวลาลองผิดลองถูกมาได้ตั้งนาน จิตตกก็หลายหน แล้วทำไมจะยอมให้เวลาแค่วันสองวันกับโค้ชโหน่งไม่ได้
คิด เลือกเองนะ อยากรู้คนอื่นคิดอย่างไรเกี่ยวกับโค้ชโหน่ง ลองอ่านรีวิวของน้องๆที่กรุณาเขียนมอบให้ที่ http://www.conceptsalliance.com/training_coachwazinee.html

16 มิถุนายน 2558

โปรโมทสินค้าให้โดน...บนโลกโซเชี่ยลด้วยเทคนิค 9 ข้อ

มองไปทางไหน....ก็ infographic ไปหมดแล้ว....><

ระยะหลัง พี่เน้นย้ำเรื่องสร้างภาพ สร้างสื่อให้สวย...บ่อยมากๆๆๆๆ อย่าเบื่อเสียก่อนนะคะ อะไรที่เราไม่ถนัด ก็วิ่งเข้าชน สู้กับมันสักตั้ง เดี๋ยวเราก็จะเก่งขึ้นเองค่ะ โพสนี้พี่แปะตัวอย่างสื่อใช้สำหรับโลกโซเชี่ยลมาให้น้องลองนำไปปรับใช้ค่ะ อย่าพยายามไปหาสินค้าตัวนี้เลย เพราะพี่ทำเป็นตัวอย่าง ถ้าจะผลิต...พี่จะรีบแจ้ง 555 มาดูกันว่า..พี่พยายามจะบอกอะไรในตัวอย่างสื่อนี้กันจ้




1.อย่างที่เปิดหัวโพสเรื่อง infographic น้องๆบางคนคุ้นเคย บางคนอาจจะงง มันคืออารายอ่ะ....ก็เป็นการนำข้อมูลมาจัดวางประมาณใช้กราฟฟิคมาช่วยให้น่าอ่าน ถ้าลองไปสังเกตดูนะ หลายๆแบรนด์หันมาใช้ infographic ในการนำเสนอเยอะมาก แต่น้องคะ....มันไม่การันตีผลลัพธ์หรอกนะ เพราะอะไรนะเหรอ...ก็การตลาดมันต้องประยุกต์..ย้ำอยู่ตลอด...การใช้ infographic ให้เข้ากับสินค้าก็ต้องคิดนะคะ ไม่งั้น ลงทุนศูนย์เปล่าเลยจ้า ค่าจ้างทำ infographic ไม่ถูกนะคะ

2.มาลองแบบลูกผสมดีกว่า พี่ชอบย้ำ...อีกแระ...เรื่องสื่อต้องมีชีวิต ก็น้องมีเวลาไม่กี่วินาทีที่จะสร้างความประทับใจครั้งแรกให้กับคนที่มาดูสื่อของน้อง สังเกตตัวเองก่อนนะ เวลาเห็นสื่อสินค้าที่เราก็ไม่ได้รู้จัก ไม่คิดว่าจะซื้อของเขา น้องจะมามานั่งสำรวจสื่อนั้นแค่ไหนกัน ส่วนใหญ่จะดูผ่านเลยหล่ะ เว้นแต่เป็นสื่อของสินค้าคู่แข่ง....จริงไหม ดังนั้น ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีนี่แหละที่น้องต้องสร้างความประทับใจให้ได้ ไม่งั้นเขาไม่อ่านต่อหรอกนะ

3.พี่ชอบใช้รูปคนมาประกอบ เพราะช่วยสร้างโทนสร้างอารมณ์เติมชีวิตให้สื่อได้เป็นอย่างดี ลองเปรียบเทียบดูสิ ถ้าเห็นเป็นกล่องข้อความ วงกลม สามเหลี่ยม มันเร้าใจตรงไหน ตัวอย่างที่พี่แปะไว้ เป็นภาพสื่อที่น้องสามารถทำตามได้ง่ายๆ หากใช้โปรแกรม illustrator เป็น ขืนเอาภาพสื่ออลังการณ์มาเป็นตัวอย่าง เดี๋ยวจะถอดใจซะก่อน...555

4.จำไว้เลยว่าโลโก้ ไม่ใช่จะอยู่ตรงไนก็ได้ หาที่ให้มัน อย่าให้อะไรไปยุ่ง แบรนด์จะถูกจดจำได้ง่ายขึ้นก็ต่อเมื่อน้องรู้จักวางตำแน่งโลโก้ให้เหมาะสมนี่แหล่ะ

5.สินค้า...ตัดใจยอมหามือโปรมาถ่ายภาพสินค้าสวยๆ ขายของบนโลกโซเชี่ยล ตัดสินกันด้วยภาพด้วยการนำเสนอ แล้วน้องจะมองข้ามความสวยงามขอสินค้าไปได้อย่างไร

6.พี่มักบอกน้องๆทุกคนที่มาเข้าคอร์สเรียนกับพี่ว่า ทุกอย่างในสื่อ ต้องมีความหมาย ไม่ใช่...เห็นตรงนี้ว่าง โล่ง เลยไปเอาอะไรมาใส่ เอารูปดอกไม้มาแปะ ต้องดูด้วยว่าเส้น สี รูป ไอคอน จะสื่ออะไร ถ้าไร้ความหมาย เปลี่ยนเลยค่ะ จู้จี้กันสักนิด หากอยากขายของได้ สรุป ทุกอย่างต้องมีความหมาย

7.แต่มันคนเรื่องกับใส่สารพัดเรื่องราวลงไปในสื่อนะคะ คิดก่อนเลยว่าสื่อที่กำลังจะทำ ต้องการจะสื่อ จะบอกอะไร ส่วนใหญ่มีแค่ 2-3 อย่างก็พอค่ะ จากนั้นก็ทำภาพสื่อให้ตอบโจทย์นั้นให้ได้ แต่ๆๆๆๆ....ในความเป็นจริง มักจะทำกันก็คือ ใส่เยอะไปหมด หรือใส่เรื่องที่ไม่่จำเป็น สรุป...สื่อไม่โดน

8.ข้อความ...ก็เน้นที่จุดขายสินค้า หรือสิ่งที่ต้องการนำเสนอในภาพ อย่าให้เยิ่นเย้อ อย่าให้ซ้ำซ้อน ไม่ใช่ด้านบนบอกช่วยเรื่อง...ขาว ด้านล่างยังมาเขียนเพิ่มว่า ผิวขาวใสอีก มันเสียพื้นที่สื่อโดยไม่จำเป็น ใช้พื้นที่นั้น ใส่คอนเท้นท์อื่น....ที่ช่วยสนับสนุนสื่อดีกว่านะ

9.จบที่ข้อ 9 ดีกว่า...เลขสวย พอจัดภาพได้คร่าวๆแล้ว จะเติมไลน์ เบอร์ไทร เว็ปไซต์ ก็คงไม่ยากเย็นเกินไปแล้วนะ ลองไปฝึกซ้อมกันนะคะ ขอให้สนุกค่ะ

สนใจคุยกัน แอดไลน์นะคะ http://line.me/ti/p/%40wazinee จ้า
‪#‎โค้ชสร้างแบรนด์‬
‪#‎sell_your_brand‬

15 มิถุนายน 2558

สื่อโซเชี่ยล จะเด่นจะดัง...ต้องพึ่งการสร้างภาพ

ไม่รู้จะโพสอะไรดี? ลงเงินไปเยอะแล้ว
ทำอย่างไรให้คอนเท้นท์ดูดี...ขายได้?
แต่งรูปไม่เป็น ทำคลิปไม่ได้ ทำงัยดี?

หากเจอปัญหาแบบนี้อยู่ จะทนทำไม รู้แล้วใช่ไหม...สร้างเพจได้...ไม่ได้หมายความว่าจะขายของได้ อยากสร้างโอกาสการขาย ต้องสร้างภาพเป็น ไม่มีทางลัด มีแต่ต้องหัดทำให้เป็น ใช้เงินให้...คุ้ม

เทคนิคการใช้เครื่องไม้เครื่องมือของสื่อโซเชียล เรียนรู้กันไม่ยากหรอก ถ้าไม่อยากอ่านตำรา ก็ไปเข้าคอร์สเรียน จะทำได้ไม่ยาก แต่ที่ยากคือเรียนแล้ว เปิดเพจแล้ว แต่โพสทีไร ไม่เห็นจะมีใครสนใจ สิ่งที่ไม่ได้เน้นย้ำกันในหนังสือหรือห้องเรียนก็คือเรื่องการสร้างภาพ น้องๆคนไหนที่เริ่มเบื่อหน่ายกับผลตอบรับบนโลกโซเชี่ยล อย่าเพิ่งท้อค่ะ ด่านที่น้องยังไม่ผ่าน สอบไม่ได้คะแนนดีก็คือการสร้างภาพ
การสร้างภาพไม่ใช่เพียงแค่การทำสื่อให้สวยนะคะ แต่สื่อสวยก็ช่วยให้ภาพของสินค้าเราน่าสนใจขึ้น ซึ่งก็เป็นก้าวเริ่มต้นที่ดี แต่หากต้องการที่จะสร้างแบรนด์เราเป็นที่จดจำ พี่ก็จะมีวิธีการคิดเป็นขั้นเป็นตอนหรือเรียกว่า 3 ด่านก็คือ จุดขาย บรรยากาศ ความต่อเนื่อง และแต่ละด่านก็จะแบ่งย่อยเป็นหัวข้อย่อยเพื่อให้ง่ายต่อการคิดและวางแผน พี่มักจะเรียกว่าเป็นจิ๊กซอว์เพื่อช่วยให้เราคิดง่ายขึ้น ลองไปดูภาพ 3 ด่านในลิงค์ http://www.conceptsalliance.com/…/…/why_conceptsalliance.jpg นะคะ
แต่เพราะสื่อโซเชี่ยลไม่ใช่มีแค่เฟสบุ๊ค ดังนั้น น้องๆจะต้องเข้าใจวิธีการสร้างภาพในแต่ละสื่อให้เหมาะสมด้วยค่ะ ไม่ใช่โพสอะไรในเฟสบุ๊ค ก็นำไปโพสแบบเดียวกันหมดในไอจี บล๊อก ไปปักหมุด การสร้างภาพที่ดี พี่ใช่คอนเซ็ปต์ บ่อยๆ...ไม่ใช่ซ้ำๆ นะคะ ดังนั้นการเตรียมคอนเท้นท์ให้เหมาะสมกับสื่อโซเซี่ยล จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของภาพที่นำเสนออกไป เพิ่มมิติของแบรนด์ แน่นอน..เพิ่มโอกาสที่จะถูกจดจำ และ...โอกาสการขายด้วยค่ะ
ท้อได้...แต่อย่าถอย เริ่มหาสาเหตุของปัญหา และแก้ไขให้ถูกจุดนะคะ^^
ต้องการคำแนะนำเรื่องสร้างแบรนด์ แอดไลน์คลิ๊ก http://line.me/ti/p/%40wazineeนะคะ

14 มิถุนายน 2558

คำถามยอดฮิต...เกี่ยวกับแบรนด์

Q.อยากรีแบรนดิ้ง ต้องเริ่มอย่างไรคะ
A. ก่อนที่จะไปทำอะไร ต้องถามตัวเองก่อนนะว่าทำไมถึงจะรีแบรนดิ้ง จะทำอะไรต้องมีเป้าหมายค่ะ รีแบรนดิ้งเป็นเสมือนแนวทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หลายเคสพอได้มีโอกาสคิดว่าทำเพื่ออะไร ก็มาเข้าใจภายหลังว่า แท้ที่จริงที่ต้องการ...กลับไม่ใช่รีแบรนดิ้ง...เลย
Q.จำเป็นต้องเปลี่ยนโลโก้ทุกครั้งที่รีแบรนดดิ้งหรือเปล่า
A.จำเป็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับคาแรคเตอร์ของแบรนด์ที่เราต้องการจะสร้างขึ้นค่ะ สินค้าต้องมีคอนเซ็ปต์ แบรนด์ก็ต้องมีคาแรคเตอร์ โลโก้เป็นเสมือนเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ช่วยสะท้อนคาแรคเตอร์ของแบรนด์ และถึงแม้ว่าต้องมีการปรับปรุงโลโก้จริงๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดทุกเคส บางเคสก็แค่เติมแต่งนิดเดียวก็โอเคแล้วค่ะ
Q.ถ้ารีแบรนดดิ้งแล้ว จะช่วยขายสินค้าได้เพิ่มขึ้นจริงหรือเปล่า
A.ถ้าคาแรคเตอร์ของแบรนด์มีแล้ว การนำเสนอเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ บอกเลย...จะรีแบรนดิ้งทั้งที ต้องเข้าใจเรื่องสินค้า เรื่องกลุ่มเป้าหมายให้ดี เพราะเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องนำมาใช้สำหรับการสร้างภาพ....สื่อในการนำเสนอแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย หาก...ไอเดียดี แต่นำเสนอแย่ จบ...เลย

Q.ขายสินค้าไม่ได้ ต้องแก้อย่างไร
A.อยากขายของให้เยอะ...ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ช่องทางจำหน่าย หรือตัวแทน หรือจุดกระจายสินค้า คิดว่ามีเยอะๆ แล้วจะขายได้ง่าย เวลาแก้เรื่องขายของไม่ได้ วิเคราะ์สินค้าก่อนเลยทั้งในส่วนของภาพลักษณ์สินค้าและช่องทางจำหน่าย พี่มักจะเรียกว่าจุดกระจายสินค้านะคะ...ไม่ต้องสับสน บางสินค้าเน้นที่จุดกระจายสินค้าเป็นหลักก็พอ แต่บางสินค้าต้องเน้นทั้งภาพลัหษณ์และจุดกระจายสินค้า ถ้าภาพลักษณ์ติดลบ แต่จุดกระจายสินค้าเยอะมาก ก็ต้องปรับแก้ในเรื่องที่ติดลบก่อนค่ะ การที่โฟกัสไปที่จุดกระจายสินค้าเยอะๆ แล้วหวังว่าจะชดเชยเรื่องภาพลักษณ์ ผลลัพธ์สู้โฟกัสทั้ง 2 เรื่องพร้อมๆกันไม่หรอกหรอกค่ะ ดูเรื่องการแข่งขั้น ถ้ายิ่งดุเดือดเลือดพล่าน เรื่องภาพลักษณ์ต้องถูกนำมาช่วยแก้แกมค่ะ
Q.ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่เรียกว่ารีแบรนดิ้งหรือเปล่า
A.ถ้าจะวิเคราะหฺ์ ต้องมีข้อมูลให้ดูจะตอบได้ แต่ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน ไม่ต้องแคร์สายตาใครให้มากมาย เช็คเลยสิ่งที่ทำช่วยส่งเสริมในเรื่องยอดขายหรือไม่ ถ้าสิ่งที่ทำไป ตอบได้ชัดเจนเลยว่าทำให้ยอดขายเพิ่ม...ก็รอดแล้ว แต่ถ้าตอบได้อ้อมแอ้ม...ไม่ใช่ว่าต้องเลิกทำ...มาวิเคราะห์ก่อนเกิดอะไรกับสิ่งที่ทำ หาวิธีปรับปรุงได้ไหมเพื่อให้สิ่งที่ทำ...ช่วยสร้างโอกาสขาย ทำไมพี่ตอบแบบนี้ ก็ธุรกิจมันต้องวิ่งทุกวัน จะเอาเวลามานั่งคิดเรื่องรีแบรนดิ้ง จนละลืมเรื่องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างไร และยิ่งต้องสู้รบปรบมือกับปัญหารายวัน ความคิดจะฟุ้งไปหมดจริงไหม
Q.มาเข้าคอร์สสร้างแบรนด์กับพี่ จะช่วยให้ขายสินค้าได้เพิ่มหรือเปล่า
A.พี่ก็เป็นเหมือนไกด์ช่วยนำทาง พาน้องมาถีงจุด Start นะคะ ถ้าน้องมาถึงจุด Start ได้เร็ว พร้อมก่อนคนอื่น เท่ากับแย่งชิงความได้เปรียบ แต่การไปถึงจุด Finish น้องต้องลงมือทำเอง สิ่งที่พี่แนะนำ ตอกย้ำในคอร์สจะช่วยให้น้องไม่หลงทิศหลงทางง่ายๆ สามารถแก้ไขสถานการณ์ทางธุรกิจได้ หากเข้าคอร์สกับพี่แล้ว ไม่ยอมลงมือทำอะไรเลย รอปาฎิหารย์เหมือนเดิม ก็เท่ากับเสียเวลามาเข้าคอร์สค่ะ เสียเวลาพี่ด้วย คนที่มาเรียนจะรู้ว่าพี่ใช้พลังงานในการโค้ชแต่ละคนแค่ไหน หากพี่รู้ว่ามันจะสูญเปล่า ก็คงบอกน้องว่าอย่าเพิ่งมา รอให้พร้อมก่อนแล้วกัน

ต้องการคำแนะนำ แอดไลน์คลิ๊ก http://line.me/ti/p/%40wazinee นะคะ พี่ให้คำแนะนำเบื้องต้นโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรืออ่านบล๊อกwww.blog.conceptsalliance.com อาจจะได้พบคำตอบเพิ่มเติมนะคะ