2 กุมภาพันธ์ 2558

สร้างแบรนด์ได้เอง ไม่ต้องพึ่งโปร...ภาค2

นานมากแล้วตั้งแต่เขียนภาคแรก (ใครยังไม่ได้อ่าน ไปที่ลิงค์นี้เลยนะคะhttp://wazinee.blogspot.com/2014/12/brandpart1.html) ย้อนกลับไปนิดนึง องค์ประกอบของการสร้างแบรนด์คือ จุดขาย บรรยากาศ ความต่อเนื่อง ภาคแรกจะคุยเรื่องจุดขาย ส่วนภาคนี้มาต่อกันด้วยเรื่องบรรยากาศกันนะคะ การตลาดหนีไม่พ้นเรื่องสื่อ เพราะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยนำเสนอสินค้า แน่นอนว่าเราไม่สามารถจำกัดว่าใครควรดูใครไม่ควรดูสื่อที่เราเตรียมไว้ นั่นหมายความว่าโอกาสที่คนจะเห็นสื่อของเรามีไม่จำกัด คาดเดาไม่ได้ ยิ่งมีโลกออนไลน์เข้ามาช่วยในการเปิดกว้างทางการนำเสนอ แต่...ไม่ทุกคนที่เห็นสื่อของเราจะเป็นลูกค้าเป้าหมาย...ลูกค้าที่เราต้องการ คงไม่งง..นะคะ

เพราะเราปิดกัั้นหรือคัดเลือกคนที่จะมาเห็นสื่อเราไม่ได้ และยิ่งหนักไปกว่านั้น ปัจจุบันมีสื่อให้เห็นมากมาย ไม่ใช่จากเฉพาะสินค้าประเภทเดียวกัน ลองคิดดูสิ คุณท่องโลกออนไลน์เพียง 5 นาที คุณเห็นสื่อของสินค้ากี่ชนิดแล้ว มันเยอะจนดูเหมือนคุณถูกยัดเยียดให้ดูสื่อที่คุณอาจไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ หมายความว่าอะไร เกิดอะไรขึ้น แล้วมันเชื่อมโยงกับภาค 2...บรรยากาศ...อย่างไร

ในการสร้างแบรนด์ สื่อเปรียบเสมือนบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของสินค้าในวิถีทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของสินค้า ถึงจะมี 10 คนดู 2 คนซื้อ นั่นไม่ใช่เพราะความบังเอิญหรือสินค้าไม่น่าสนใจ แต่เพราะบรรยากาศของสินค้าถูกสร้างขึ้นและนำเสนอต่อกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงและส่งผลต่อพฤติกรรมเชิงบวกต่อตัวสินค้า อธิบายเพิ่มนิดนึงนะคะ เราห้ามคนดูสื่อไม่ได้ แต่เรารู้กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนของสินค้า เราจึงสร้างบรรยากาศล้อมรอบตัวสินค้าโดยใช้สื่อเป็นตัวกลางในการนำเสนอบรรยากาศ เจ้าบรรยากาศนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งผลโดยตรงต่อกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง แม้จะมี 10 คนดู และ 2 คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง การออกแบบบรรยากาศที่ดีจะส่งผลให้ 2 คนกลายเป็นลูกค้า...นั่นหมายถึงซื้อสินค้า หลายแบรนด์จะพบปัญหาในการสร้างบรรยากาศที่โดนใจกลุ่มเป้าหมาย แม้สินค้าจะมีคุณสมบัติที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ แต่บรรยากาศที่ไม่สอดคล้อง ก็ทำให้สินค้าติดลบได้

ในเมื่อสื่ออยู่ล้อมรอบตัวคุณ จากเดิมที่คุณต้องใช้เวลาในการสืบเสาะข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ปัจจุบัน...ง่ายขึ้นเยอะ แต่ก็มีข้อเสีย เพราะนั่นหมายความว่าคุณมีโอกาสที่จะเห็นสินค้า A พอๆกับสินค้า B, C D และอีกมากมาย คุณมีเวลาจำกัดในช่วงเริ่มต้นสำหรับการพิจารณาแต่ละสินค้าว่ายี่ห้อไหนน่าจะตรงความต้องการของคุณมากที่สุด พูดง่ายๆรอบแรก คุณมีเวลาจำกัด คุณคัดสินค้าที่คิดว่าไม่น่าสนใจออก จากนั้นค่อยมาให้เวลามากขึ้นกับสินค้าที่ผ่านการเข้ารอบ เห็นภาพแล้วใช่ไหมคะ ทุกการตัดสินใจ คัดเลือก เยสโน ล้วนมาจากสิ่งที่คุณรับรู้ เห็น ฟังเกี่ยวกับตัวสินค้า

การสร้างบรรยากาศก็เหมือนกับการสร้างกับดัก...ไม่ใช่เพื่อดักใครก็ได้...จริงไหม เป็นกับดักที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายแท้จริงคล้อยตาม เชื่อในความเป็นเหตุเป็นผลของบรรยากาศที่ถูกนำเสนอ มั่นใจว่าสินค้านั้นช่างถูกกาละเทศะซะจริงๆ พอใจกับการตัดสินใจเพราะคิดว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ถ้าเราเปรียบบรรยากาศเป็นกับดัก ก็เท่ากับว่าเรากำลังจงใจกล่าวหาว่านักการตลาดเป็นนายพราน...ใช่ไหม^^ ก็ไม่อยากให้ซีเรียสและมองเป็นแง่ลบ มันก็แค่อุปมาอุปมัย นายพรานจะดักช้างก็คงไม่สร้างกับดักสัตว์เล็กมาเพื่อจับช้างเป็นแน่ คงพอเข้าใจเรื่องของบรรยากาศมากขึ้นใช่ไหม

คำถามถัดมา...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสร้างแบรนด์ คำตอบคือ...บรรยากาศถูกเติมแต่งเพื่อพูดคุยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง และส่งผลต่อพฤติกรรมเชิงบวกของคนกลุ่มนั้น ซึ่ง...ลำดับต่อมา...ส่งผลต่อความรู้จักและยอดขายของสินค้า การมีส่วนร่วมกับตัวสินค้าจะเกิดขึ้นอย่างจริงจังหลังการซื้อ ผลลัพธ์เชิงบวกหลังการมีส่วนร่วมจะยิ่งเพิ่มความพึงพอใจ การจดจำ และการบอกต่อ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ในทิศทางที่เราอยากให้ลูกค้ารู้จักและจดจำและบอกต่อก็จะเด่นชัด มีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ

www.conceptsalliance.com
ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee


‪#‎โค้ชสร้างแบรนด์‬  #‎sell_your_brand‬

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น