16 มิถุนายน 2558

โปรโมทสินค้าให้โดน...บนโลกโซเชี่ยลด้วยเทคนิค 9 ข้อ

มองไปทางไหน....ก็ infographic ไปหมดแล้ว....><

ระยะหลัง พี่เน้นย้ำเรื่องสร้างภาพ สร้างสื่อให้สวย...บ่อยมากๆๆๆๆ อย่าเบื่อเสียก่อนนะคะ อะไรที่เราไม่ถนัด ก็วิ่งเข้าชน สู้กับมันสักตั้ง เดี๋ยวเราก็จะเก่งขึ้นเองค่ะ โพสนี้พี่แปะตัวอย่างสื่อใช้สำหรับโลกโซเชี่ยลมาให้น้องลองนำไปปรับใช้ค่ะ อย่าพยายามไปหาสินค้าตัวนี้เลย เพราะพี่ทำเป็นตัวอย่าง ถ้าจะผลิต...พี่จะรีบแจ้ง 555 มาดูกันว่า..พี่พยายามจะบอกอะไรในตัวอย่างสื่อนี้กันจ้




1.อย่างที่เปิดหัวโพสเรื่อง infographic น้องๆบางคนคุ้นเคย บางคนอาจจะงง มันคืออารายอ่ะ....ก็เป็นการนำข้อมูลมาจัดวางประมาณใช้กราฟฟิคมาช่วยให้น่าอ่าน ถ้าลองไปสังเกตดูนะ หลายๆแบรนด์หันมาใช้ infographic ในการนำเสนอเยอะมาก แต่น้องคะ....มันไม่การันตีผลลัพธ์หรอกนะ เพราะอะไรนะเหรอ...ก็การตลาดมันต้องประยุกต์..ย้ำอยู่ตลอด...การใช้ infographic ให้เข้ากับสินค้าก็ต้องคิดนะคะ ไม่งั้น ลงทุนศูนย์เปล่าเลยจ้า ค่าจ้างทำ infographic ไม่ถูกนะคะ

2.มาลองแบบลูกผสมดีกว่า พี่ชอบย้ำ...อีกแระ...เรื่องสื่อต้องมีชีวิต ก็น้องมีเวลาไม่กี่วินาทีที่จะสร้างความประทับใจครั้งแรกให้กับคนที่มาดูสื่อของน้อง สังเกตตัวเองก่อนนะ เวลาเห็นสื่อสินค้าที่เราก็ไม่ได้รู้จัก ไม่คิดว่าจะซื้อของเขา น้องจะมามานั่งสำรวจสื่อนั้นแค่ไหนกัน ส่วนใหญ่จะดูผ่านเลยหล่ะ เว้นแต่เป็นสื่อของสินค้าคู่แข่ง....จริงไหม ดังนั้น ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีนี่แหละที่น้องต้องสร้างความประทับใจให้ได้ ไม่งั้นเขาไม่อ่านต่อหรอกนะ

3.พี่ชอบใช้รูปคนมาประกอบ เพราะช่วยสร้างโทนสร้างอารมณ์เติมชีวิตให้สื่อได้เป็นอย่างดี ลองเปรียบเทียบดูสิ ถ้าเห็นเป็นกล่องข้อความ วงกลม สามเหลี่ยม มันเร้าใจตรงไหน ตัวอย่างที่พี่แปะไว้ เป็นภาพสื่อที่น้องสามารถทำตามได้ง่ายๆ หากใช้โปรแกรม illustrator เป็น ขืนเอาภาพสื่ออลังการณ์มาเป็นตัวอย่าง เดี๋ยวจะถอดใจซะก่อน...555

4.จำไว้เลยว่าโลโก้ ไม่ใช่จะอยู่ตรงไนก็ได้ หาที่ให้มัน อย่าให้อะไรไปยุ่ง แบรนด์จะถูกจดจำได้ง่ายขึ้นก็ต่อเมื่อน้องรู้จักวางตำแน่งโลโก้ให้เหมาะสมนี่แหล่ะ

5.สินค้า...ตัดใจยอมหามือโปรมาถ่ายภาพสินค้าสวยๆ ขายของบนโลกโซเชี่ยล ตัดสินกันด้วยภาพด้วยการนำเสนอ แล้วน้องจะมองข้ามความสวยงามขอสินค้าไปได้อย่างไร

6.พี่มักบอกน้องๆทุกคนที่มาเข้าคอร์สเรียนกับพี่ว่า ทุกอย่างในสื่อ ต้องมีความหมาย ไม่ใช่...เห็นตรงนี้ว่าง โล่ง เลยไปเอาอะไรมาใส่ เอารูปดอกไม้มาแปะ ต้องดูด้วยว่าเส้น สี รูป ไอคอน จะสื่ออะไร ถ้าไร้ความหมาย เปลี่ยนเลยค่ะ จู้จี้กันสักนิด หากอยากขายของได้ สรุป ทุกอย่างต้องมีความหมาย

7.แต่มันคนเรื่องกับใส่สารพัดเรื่องราวลงไปในสื่อนะคะ คิดก่อนเลยว่าสื่อที่กำลังจะทำ ต้องการจะสื่อ จะบอกอะไร ส่วนใหญ่มีแค่ 2-3 อย่างก็พอค่ะ จากนั้นก็ทำภาพสื่อให้ตอบโจทย์นั้นให้ได้ แต่ๆๆๆๆ....ในความเป็นจริง มักจะทำกันก็คือ ใส่เยอะไปหมด หรือใส่เรื่องที่ไม่่จำเป็น สรุป...สื่อไม่โดน

8.ข้อความ...ก็เน้นที่จุดขายสินค้า หรือสิ่งที่ต้องการนำเสนอในภาพ อย่าให้เยิ่นเย้อ อย่าให้ซ้ำซ้อน ไม่ใช่ด้านบนบอกช่วยเรื่อง...ขาว ด้านล่างยังมาเขียนเพิ่มว่า ผิวขาวใสอีก มันเสียพื้นที่สื่อโดยไม่จำเป็น ใช้พื้นที่นั้น ใส่คอนเท้นท์อื่น....ที่ช่วยสนับสนุนสื่อดีกว่านะ

9.จบที่ข้อ 9 ดีกว่า...เลขสวย พอจัดภาพได้คร่าวๆแล้ว จะเติมไลน์ เบอร์ไทร เว็ปไซต์ ก็คงไม่ยากเย็นเกินไปแล้วนะ ลองไปฝึกซ้อมกันนะคะ ขอให้สนุกค่ะ

สนใจคุยกัน แอดไลน์นะคะ http://line.me/ti/p/%40wazinee จ้า
‪#‎โค้ชสร้างแบรนด์‬
‪#‎sell_your_brand‬

15 มิถุนายน 2558

สื่อโซเชี่ยล จะเด่นจะดัง...ต้องพึ่งการสร้างภาพ

ไม่รู้จะโพสอะไรดี? ลงเงินไปเยอะแล้ว
ทำอย่างไรให้คอนเท้นท์ดูดี...ขายได้?
แต่งรูปไม่เป็น ทำคลิปไม่ได้ ทำงัยดี?

หากเจอปัญหาแบบนี้อยู่ จะทนทำไม รู้แล้วใช่ไหม...สร้างเพจได้...ไม่ได้หมายความว่าจะขายของได้ อยากสร้างโอกาสการขาย ต้องสร้างภาพเป็น ไม่มีทางลัด มีแต่ต้องหัดทำให้เป็น ใช้เงินให้...คุ้ม

เทคนิคการใช้เครื่องไม้เครื่องมือของสื่อโซเชียล เรียนรู้กันไม่ยากหรอก ถ้าไม่อยากอ่านตำรา ก็ไปเข้าคอร์สเรียน จะทำได้ไม่ยาก แต่ที่ยากคือเรียนแล้ว เปิดเพจแล้ว แต่โพสทีไร ไม่เห็นจะมีใครสนใจ สิ่งที่ไม่ได้เน้นย้ำกันในหนังสือหรือห้องเรียนก็คือเรื่องการสร้างภาพ น้องๆคนไหนที่เริ่มเบื่อหน่ายกับผลตอบรับบนโลกโซเชี่ยล อย่าเพิ่งท้อค่ะ ด่านที่น้องยังไม่ผ่าน สอบไม่ได้คะแนนดีก็คือการสร้างภาพ
การสร้างภาพไม่ใช่เพียงแค่การทำสื่อให้สวยนะคะ แต่สื่อสวยก็ช่วยให้ภาพของสินค้าเราน่าสนใจขึ้น ซึ่งก็เป็นก้าวเริ่มต้นที่ดี แต่หากต้องการที่จะสร้างแบรนด์เราเป็นที่จดจำ พี่ก็จะมีวิธีการคิดเป็นขั้นเป็นตอนหรือเรียกว่า 3 ด่านก็คือ จุดขาย บรรยากาศ ความต่อเนื่อง และแต่ละด่านก็จะแบ่งย่อยเป็นหัวข้อย่อยเพื่อให้ง่ายต่อการคิดและวางแผน พี่มักจะเรียกว่าเป็นจิ๊กซอว์เพื่อช่วยให้เราคิดง่ายขึ้น ลองไปดูภาพ 3 ด่านในลิงค์ http://www.conceptsalliance.com/…/…/why_conceptsalliance.jpg นะคะ
แต่เพราะสื่อโซเชี่ยลไม่ใช่มีแค่เฟสบุ๊ค ดังนั้น น้องๆจะต้องเข้าใจวิธีการสร้างภาพในแต่ละสื่อให้เหมาะสมด้วยค่ะ ไม่ใช่โพสอะไรในเฟสบุ๊ค ก็นำไปโพสแบบเดียวกันหมดในไอจี บล๊อก ไปปักหมุด การสร้างภาพที่ดี พี่ใช่คอนเซ็ปต์ บ่อยๆ...ไม่ใช่ซ้ำๆ นะคะ ดังนั้นการเตรียมคอนเท้นท์ให้เหมาะสมกับสื่อโซเซี่ยล จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของภาพที่นำเสนออกไป เพิ่มมิติของแบรนด์ แน่นอน..เพิ่มโอกาสที่จะถูกจดจำ และ...โอกาสการขายด้วยค่ะ
ท้อได้...แต่อย่าถอย เริ่มหาสาเหตุของปัญหา และแก้ไขให้ถูกจุดนะคะ^^
ต้องการคำแนะนำเรื่องสร้างแบรนด์ แอดไลน์คลิ๊ก http://line.me/ti/p/%40wazineeนะคะ

14 มิถุนายน 2558

คำถามยอดฮิต...เกี่ยวกับแบรนด์

Q.อยากรีแบรนดิ้ง ต้องเริ่มอย่างไรคะ
A. ก่อนที่จะไปทำอะไร ต้องถามตัวเองก่อนนะว่าทำไมถึงจะรีแบรนดิ้ง จะทำอะไรต้องมีเป้าหมายค่ะ รีแบรนดิ้งเป็นเสมือนแนวทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หลายเคสพอได้มีโอกาสคิดว่าทำเพื่ออะไร ก็มาเข้าใจภายหลังว่า แท้ที่จริงที่ต้องการ...กลับไม่ใช่รีแบรนดิ้ง...เลย
Q.จำเป็นต้องเปลี่ยนโลโก้ทุกครั้งที่รีแบรนดดิ้งหรือเปล่า
A.จำเป็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับคาแรคเตอร์ของแบรนด์ที่เราต้องการจะสร้างขึ้นค่ะ สินค้าต้องมีคอนเซ็ปต์ แบรนด์ก็ต้องมีคาแรคเตอร์ โลโก้เป็นเสมือนเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ช่วยสะท้อนคาแรคเตอร์ของแบรนด์ และถึงแม้ว่าต้องมีการปรับปรุงโลโก้จริงๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดทุกเคส บางเคสก็แค่เติมแต่งนิดเดียวก็โอเคแล้วค่ะ
Q.ถ้ารีแบรนดดิ้งแล้ว จะช่วยขายสินค้าได้เพิ่มขึ้นจริงหรือเปล่า
A.ถ้าคาแรคเตอร์ของแบรนด์มีแล้ว การนำเสนอเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ บอกเลย...จะรีแบรนดิ้งทั้งที ต้องเข้าใจเรื่องสินค้า เรื่องกลุ่มเป้าหมายให้ดี เพราะเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องนำมาใช้สำหรับการสร้างภาพ....สื่อในการนำเสนอแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย หาก...ไอเดียดี แต่นำเสนอแย่ จบ...เลย

Q.ขายสินค้าไม่ได้ ต้องแก้อย่างไร
A.อยากขายของให้เยอะ...ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ช่องทางจำหน่าย หรือตัวแทน หรือจุดกระจายสินค้า คิดว่ามีเยอะๆ แล้วจะขายได้ง่าย เวลาแก้เรื่องขายของไม่ได้ วิเคราะ์สินค้าก่อนเลยทั้งในส่วนของภาพลักษณ์สินค้าและช่องทางจำหน่าย พี่มักจะเรียกว่าจุดกระจายสินค้านะคะ...ไม่ต้องสับสน บางสินค้าเน้นที่จุดกระจายสินค้าเป็นหลักก็พอ แต่บางสินค้าต้องเน้นทั้งภาพลัหษณ์และจุดกระจายสินค้า ถ้าภาพลักษณ์ติดลบ แต่จุดกระจายสินค้าเยอะมาก ก็ต้องปรับแก้ในเรื่องที่ติดลบก่อนค่ะ การที่โฟกัสไปที่จุดกระจายสินค้าเยอะๆ แล้วหวังว่าจะชดเชยเรื่องภาพลักษณ์ ผลลัพธ์สู้โฟกัสทั้ง 2 เรื่องพร้อมๆกันไม่หรอกหรอกค่ะ ดูเรื่องการแข่งขั้น ถ้ายิ่งดุเดือดเลือดพล่าน เรื่องภาพลักษณ์ต้องถูกนำมาช่วยแก้แกมค่ะ
Q.ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่เรียกว่ารีแบรนดิ้งหรือเปล่า
A.ถ้าจะวิเคราะหฺ์ ต้องมีข้อมูลให้ดูจะตอบได้ แต่ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน ไม่ต้องแคร์สายตาใครให้มากมาย เช็คเลยสิ่งที่ทำช่วยส่งเสริมในเรื่องยอดขายหรือไม่ ถ้าสิ่งที่ทำไป ตอบได้ชัดเจนเลยว่าทำให้ยอดขายเพิ่ม...ก็รอดแล้ว แต่ถ้าตอบได้อ้อมแอ้ม...ไม่ใช่ว่าต้องเลิกทำ...มาวิเคราะห์ก่อนเกิดอะไรกับสิ่งที่ทำ หาวิธีปรับปรุงได้ไหมเพื่อให้สิ่งที่ทำ...ช่วยสร้างโอกาสขาย ทำไมพี่ตอบแบบนี้ ก็ธุรกิจมันต้องวิ่งทุกวัน จะเอาเวลามานั่งคิดเรื่องรีแบรนดิ้ง จนละลืมเรื่องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างไร และยิ่งต้องสู้รบปรบมือกับปัญหารายวัน ความคิดจะฟุ้งไปหมดจริงไหม
Q.มาเข้าคอร์สสร้างแบรนด์กับพี่ จะช่วยให้ขายสินค้าได้เพิ่มหรือเปล่า
A.พี่ก็เป็นเหมือนไกด์ช่วยนำทาง พาน้องมาถีงจุด Start นะคะ ถ้าน้องมาถึงจุด Start ได้เร็ว พร้อมก่อนคนอื่น เท่ากับแย่งชิงความได้เปรียบ แต่การไปถึงจุด Finish น้องต้องลงมือทำเอง สิ่งที่พี่แนะนำ ตอกย้ำในคอร์สจะช่วยให้น้องไม่หลงทิศหลงทางง่ายๆ สามารถแก้ไขสถานการณ์ทางธุรกิจได้ หากเข้าคอร์สกับพี่แล้ว ไม่ยอมลงมือทำอะไรเลย รอปาฎิหารย์เหมือนเดิม ก็เท่ากับเสียเวลามาเข้าคอร์สค่ะ เสียเวลาพี่ด้วย คนที่มาเรียนจะรู้ว่าพี่ใช้พลังงานในการโค้ชแต่ละคนแค่ไหน หากพี่รู้ว่ามันจะสูญเปล่า ก็คงบอกน้องว่าอย่าเพิ่งมา รอให้พร้อมก่อนแล้วกัน

ต้องการคำแนะนำ แอดไลน์คลิ๊ก http://line.me/ti/p/%40wazinee นะคะ พี่ให้คำแนะนำเบื้องต้นโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรืออ่านบล๊อกwww.blog.conceptsalliance.com อาจจะได้พบคำตอบเพิ่มเติมนะคะ

10 มิถุนายน 2558

ไม่ได้ชวนเล่นหุ้นนะจ๊ะ....

น้องๆเจ้าของแบรนด์คนไหนไม่ถนัดเรื่องตัวเลข อ่านวิเคราะห์ข้อมูลไม่เก่ง พี่บอกเลย...อุปสรรค...มีไว้เพื่อฝ่าฟัน ไม่ใช่ไว้ให้หลบ โพสนี้..มาเม้าทกันเรื่องการวัดประสิทธิภาพของโพสในเพจ ก็อยากขายของชิมิ...ไม่ใช่ลงเงิน ดูยอดไลค์ ตอบคอมเม้นท์ แค่นี้ไม่พอนะคะ และที่พี่จะแนะนำให้น้องไปลองเช็คดู ไม่มีอะไรมากเลย ไม่ต้องจบวิชาการเงินแบบพี่ก็ดูเป็นได้ค่ะ

รูปที่แปะมา...แสดงค่า ctr (click through rate) ของโฟสนึงที่พี่เพิ่งโปรโมทมา 3 วัน กราฟพุ่งขึ้นสวยงามมาก น้องๆที่โปรโมทโพสในเพจ คล๊๊กไปดูรายงานผลของแคมเปญที่โปรโมทและเช็คค่า ctr นี้นะคะ เปรียบเทียบกับแคมเปญอื่น จะเห็นเลยว่าแต่ละแคมเปญมีความสำเร็จไม่เท่ากัน ถ้าต่ำมากๆๆๆๆ หยุด...เลิก..โปรโมทโพสนั้นไปเลย
แต่ก่อนที่จะเริ่มใช้สตางค์อีกครั้ง วิเคราะห์ก่อน เกิดอะไรขึ้น ทำไมตัวเลข ctr ถึงต่ำ ลองวิเคราะห์เนื้อหาโพสก่อน มันไม่น่าสนใจตรงไหน จากนั้นก็เริ่มแก้ไข โพสข้อความที่ปรับปรุงใหม่ แล้วเริ่มลงเงินใหม่อีกครั้ง จำไว้เลย หน้าที่ของเจ้าของแบรนด์ ต้องสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของเงินลงทุนด้วย หากค่า ctr สูง เท่ากับโอกาสการขายของน้องก็สูงขึ้นตาม เงินจำนวนเท่าเดิมที่ลงทุนโปรโมทโพส แต่ฟีดแบคเพิ่มขึ้น เป็นใคร...ก็ชอบ
การตีโจทย์เรื่องคอนเท้นท์หรือจะโพสอะไรให้ขายได้ มันไม่ใช่ไสยศาสตร์ ไม่มีความบังเอิญนะคะ ในคอร์สจับสื่อโซเชียลให้อยู่หมัดที่พี่เปิดสอน 2 วัน เน้นเรื่องนี้เลยจ้า ใครสนใจ มีเวลา และต้องดูแลสื่อโซเชียลด้วย...แนะนำมาลงเรียนนะคะ แต่หากไม่สะดวก ลองปรับปรุงเนื้อหาโพสอย่างที่พี่แนะนำก่อน ขยับปรับโน่นนิดนี่หน่อย และสังเกตุการณ์ น้องจะค่อยๆเห็นแนวโน้มที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ
ต้องการคำแนะนำ แอดไลน์คลิ๊ก http://line.me/ti/p/%40wazinee นะคะ พี่ให้คำแนะนำเบื้องต้นโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือไปอ่านบล๊อก www.conceptsalliance.com อ่าจจะได้พบคำตอบที่มองหานะคะ

8 มิถุนายน 2558

แต่งตัวแบรนด์ใหม่ ให้ขายได้

หมดเวลาลองผิดลองถูก ขายของไม่ได้ก็อย่ารอปาฏิหารย์ ลูกค้าไม่ซื้อก็อย่ามัวรอส้มหล่น....


น้องๆคิดเหมือนพี่หรือเปล่า พี่เชื่อว่าแต่ละคนมีดวงถูกโฉลกกับธุรกิจไม่เหมือนกัน บางคนเหมาะกับสกินแคร์ บางคนเหมาะกับร้านอาหาร บางคนเหมาะกับเครื่องไม้เครื่องมือ แต่ไม่ว่าใครจะดวงถูกโฉลกกับอะไร พี่ไม่เชื่อว่าแค่ดวงก็เพียงพอ คนเหนือดวงไม่มีหรอก...ในความคิดของพี่ ดังนั้นน้องๆคนไหนประสบความสำเร็จมากๆในธุรกิจที่ทำอยู่ พี่มักมองว่า ส่วนหนึ่งคือจับธุรกิจที่เหมาะกับตัวเอง แต่ส่วนใหญ่...น้องคนนั้นได้ทำถูกต้องหลายๆอย่างเรื่องการตลาดและการขาย ไม่มีคำว่า...บังเอิญ มองให้ลึกก็คือ...การตัดสินใจได้ถูกต้อง และไม่ปล่อยให้ทุกการตัดสินใจเป็นเพียงภาพในความคิด....ใช่ค่ะ ไม่ลงมือทำแล้วผลลัพธ์มันจะเกิดได้อย่างไร
บางคนอาจแย้งพี่ว่า ไม่จริงหรอก...เหนือดวงเป็นไปได้ เราคงไม่ถกเถียงกันเรื่องความคิดความเชื่อ สำหรับบางคนอาจต้องการบางอย่างเพื่อเป็นเครื่องหมายของกำลังใจ หากเชื่อแล้ว กำลังใจดี มีมานะ แก้ไขปัญหา ผลลัพธ์ที่ต้องการก็ปรากฎขึ้นได้ ยิ่งกำลังใจดี ยิ่งฝ่าอุปสรรคยากๆได้
การที่น้องบางคนไม่ประสบความสำเร็จ หรือได้ผลลัพธ์ไม่เข้าเป้า ต้องวิเคราะห์ก่อนนะว่า...เพราะอะไร ซึ่งโดยส่วนใหญ่ เวลาที่อยู่ในวิกฤตแบบนี้ กำลังใจมักจะลดถอยลง แม้ว่าเจ้าตัวจะปฏิเสธและยืนยันว่าใจยังสู้เต็มร้อย กำลังใจเกินล้าน...ก็ตาม วิธีเรียกคืนกำลังใจของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ในสไตล์พี่...วิธีที่พี่เรียกคืนกำลังใจก็คือ...การอ่าน ยิ่งตอนนี้อ่านได้จากอินเตอร์เน็ต มันช่วยให้พี่รับข้อมูลใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องราวหนักๆ วิชาการ อะไรก็ได้ แล้วแต่ใจอยากอ่าน ก็เหมือนการชาร์ทไฟ พอชาร์ทเต็ม...ก็พร้อมลุยต่อ
แต่ถ้าเราพูดถึงในมุมของการตลาด บางครั้งกำลังใจถดถอย ไม่ใช่เพราะผลลัพธ์ไม่ได้ดังใจอย่างเดียว หลายครั้งมันเกิดจากเราไม่รู้ว่าควรจะเดินไปทางไหน ควรจะตัดสินใจอย่างไร มองไม่เห็นทางเลือกที่ดีกว่า ภาพลักษณ์แย่ ติดบ่วงสงครามราคา ลูกค้าไม่ซื้อซ้ำ ไม่ใช่เพราะเรา...ไม่เก่ง แค่ขาดมุมมองใหม่ๆ ทางเลือกจึงมีจำกัด ติดอยู่กับวังวนเดิมๆ ก็แก้ไขใหม่...เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจ เมือเราเห็นแนวทางชัดเจนขึ้น กำลังใจก็จะตามมา และพร้อมที่จะลุยให้เต็มที่...อีกครั้ง ไม่ว่าน้องๆจะเลือกหาวิธีเติมกำลังอย่างไร ก็ไม่พ้นต้องลงมือทำ...นะคะ
หากต้องการเพิ่มทางเลือกใหม่ด้านการตลาด คลิ๊กอ่านข้อมูลเพิ่มเติมwww.conceptsalliance.com/marketingcourse.html
อย่ารอให้เจ็บตัวก่อน แล้วค่อยมาเจอกัน

4 มิถุนายน 2558

ทำเรื่องยาก...ให้เป็นเรื่องง่ายยยย....ดีกว่า

แค่เริ่มต้นคิดเรื่องสร้างแบรนด์ให้สินค้าของตนเอง หลายคนคงยอมรับว่า...ไม่รู้จะต้องเริ่มอย่างไร ก็...ความถนัดของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนอ่านตำราเพียงไม่กี่หน้า สามารถตีความนำมาประยุกต์ใช้อย่างง่ายดาย แต่หลายคน...อ่านจนจบเล่มแล้ว ดูเหมือนจะเข้าใจเนื้อหาเรื่องราว แต่พอต้องเริ่มวางแผนทำจริงขึ้นมา กลับไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร น้องๆอยู่ในกลุ่มไหนเอ่ย หรือ....ยังไม่ได้เลือกข้าง
หากตำราอ่านแล้วต้องตีความมาก ก็จะเกิดความยุ่งยากในกระบวนการเรียนรู้ เพราะขีดจำกัดของแต่ละคนนี่แหละ ดังนั้น หากน้องจะสร้างแบรนด์ จะปรับปรุงภาพลักษณ์สินค้า จะทำงัยดี...พี่นำเอาประสบการณ์มากลั่นเป็นแนวคิดในการสร้างแบรนด์ แบบไม่ต้องมีทฤษฎีมากมาย ต้องมี 3 ด่านคือ จุดขาย บรรยากาศ ความต่อเนื่อง ลองไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมใน www.conceptsalliance.com/branding.html นะคะ แต่หากว่าอยากจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างเดี่ยวกับแบรนด์ของตนเองโดยที่ยังไม่ต้องไปอ่านแนวคิดของพี่ พี่มี....เคล็ดลับในการสร้างแบรนด์แบบง่ายๆ ให้น้องลองนำไปปรับใช้ค่ะ
เราทำธุรกิจก็เพื่อ...เงิน ตัวชี้วัดความสำเร็จ ดังนั้น การสร้างแบรนด์ แท้ที่จริงก็เพื่อสร้างโอกาสการขาย นี่เป็นเป้าหมายสูงสุด ใครมีเงินทองเยอะแยะอยู่แล้ว อาจจะไม่ได้สนใจนักเรื่องเงิน...เป็นไปได้...แต่หากน้องๆที่กำลังอ่านโพสนี้อยู่ และยังต้องพลักดันธุรกิจ คงเห็นด้วยว่า เงินคือเป้าหมาย ดังนั้น การสร้างแบรนด์ ก็เพื่อสร้างโอกาสการขาย เพียงแต่การที่จะให้ได้มาซึ่งแต่ละโอกาส ก็จะมีวิธีการหลากหลาย และการนำเอาแต่ละวิธีการไปใช้ต้องมีการสร้างภาพ (สื่อ) เป็นตัวขับเคลื่อน
ง่ายๆ เลย สร้างแบรนด์ สร้างภาพ สร้างโอกาสการขาย สร้างภาพจะอยู่ระหว่างกลาง เชื่อมแบรนด์กับขายเข้าด้วยกัน แบรนด์เกิดไม่ได้หากปราศจากสื่อ โอกาสการขายเติบโตยากหาสื่อไร้ประประสิทธิภาพ เห็นภาพความสัมพันธ์แบบนี้แล้ว ง่ายขึ้นไหม....หากจะต้องวางแผนงาน พี่มักจะบอกน้องๆที่มาเข้าคอร์สกับพี่ว่า ในเมื่อเรารู้แล้วว่าสร้างแบรนด์เพื่อเงิน ดังนั้น การสร้างภาพหรือสื่อ ที่เราใช้กันอยู่ ไปวิเคราะห์ หากไม่ช่วยให้เกิดโอกาสการขาย ต้องแก้ไข เลิกทำสื่อบอกเล่า (TELL) เริ่มทำสื่อช่วยขาย (SELL) เชื่อเหอะ...ที่พี่เห็นสื่อส่วนใหญ่...เน้นเป็น...บอกเล่า...กันแทบทั้งนั้น
น้องอาจจะคิดว่าเป็นไปเหรอ แค่ปรับปรุงสื่อ ก็ช่วยเพิ่มโอกาาสการขายแล้ว งั้นลองไปชมตัวอย่างสื่อที่ทำเพียงการปรับปรุงงานออกแบบเท่านั้น ยังไม่ได้คิดเรื่องสร้างแบรนด์อะไรเลย
http://www.conceptsalliance.com/…/service/pukeko_compare.jpg
http://www.conceptsalliance.com/…/servi…/pukeko_compare2.jpg

งั้นพักรบเรื่องแบรนด์ แผนระยะสั้นมาเน้นการสร้างภาพ ปรับปรุงสื่อเสียใหม่ ช่วยให้สร้างโอกาสการขายให้ได้ ต้องบอกเลยแผนระยะสั้น ก็แก้ที่เผือกร้อนก่อน เหมือนคนป่วยนั่นแหล่ะ อาการไหนปรากฎ รักษาเยียวยาก่อนนะ การปรับปรุงสื่อจะช่วยสร้างโอกาสการขาย ในระหว่างนั้นก็ค่อยมาทบทวนกันเรื่องแบรนด์เรื่องคาแรคเตอร์ต่างๆ ซึ่งเป็นแผนระยะยาว อย่างน้อยๆ หากน้องทำแบบนี้ จัดการเรื่องสื่อก่อน ก็ช่วยลดดีกรีปัญหาขายของไม่ได้ลงไปแล้วหล่ะ
ลองไปปรับใช้นะคะ ขอให้โชคดีนะคะ
คุยกันเพิ่มเติมทางไลน์ @wazinee

3 มิถุนายน 2558

สร้างอาชีพเสริม สร้างรายได้งามๆ สำหรับน้องๆที่ชอบคิดๆเขียนๆ

เคยได้ยินโฆษณาประมาณทำงานหน้าคอมวันละไม่กี่ชั่วโมง รับรายได้วันเป็นพันกันหรือเปล้า โพสนี้คนละเรื่องกับโฆษณานั้นนะคะ ขั่วโมงนี้ใครไม่รู้ว่าโลกออนไลน์สร้างโอกาสการขายแค่ไหน ต้องไปเริ่มคิดกันใหม่แล้ว โอเค...พวกเรารู้แล้วว่าหลายแบรนด์เกิดได้เพราะเฟสบุ๊ค เพราะสื่อออนไลน์...ชิมิ...พี่อยากเน้นๆๆๆตรงนี้ๆๆๆเลยว่าโลกออนไลน์ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของแบรนด์หรือพ่อค้าแม่ค้าเท่านั้นนะคะ สำหรับน้องๆที่แม้จะไม่มีสินค้าเป็นของตนเอง ก็สามารถสร้างอาชีพใหม่ให้ตนเอง หารายได้แทนการเป็นพนักงานประจำ ที่สำคัญ...ไม่ต้องออกจากบ้านไปเผชิญรถติด การที่เราสามารถเป็นเจ้าของเวลาของเราเอง บริหารเอง เริ่ดที่สุดแล้วจ้า
ลองนึกถึงอาชีพฟรีแลนซ์กราฟฟิกดีไซน์ เจ้าของแบรนด์ก็ต้องหานักออกแบบมาช่วยเติมเต็มความสวยงามของสื่อใช่ไหม งานมีต่อเนื่อง ถ้างานดี เข้าตากรรมการ บริการดี สำหรับโลกโซเชี่ยล น้องคนไหนที่ชอบคิดๆเขียนๆ มีไอเดียบรรเจิดเรื่อยๆ ก็สามารถสร้างอาชีพบริหารสื่ออนไลน์ได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย แค่คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต กับความขยันเอาใจใส่ในงาน จะเป็นไปได้เหรอ...งั้นพี่จะอธิบายต่อนะคะ
ไม่มีใครสามารถทำทุกอย่างได้หมด เจ้าของแบรนด์ก็เหมือนกัน การบริหารสื่อโซเชียลเป็นงานจุกจิก พอแต่ละวันต้องดีลหลายเรื่อง กลายเป็นว่าต่อมความคิดสร้างสรรค์ก็อาจหยุดทำงานได้ งานจะดี มีคุณภาพ ต้องโฟกัส...จริงไหม ลองคิดดูสิว่า หากมีฟรีแลนซ์ที่เข้าใจเรื่องการตลาด สามารถบริหารสื่อโซเชียลให้กับแบรนด์ ไม่ใช่แค่โพสคำคม หรือแปะรูปคิขุ แต่สามารถจัดการเรื่องราว คอนเท้นท์ต่างๆที่ช่วยเสริมแบรนด์และสร้างโอกาสการขาย ถ้ามีฟรีแลนซ์ที่สามารถทำงานลักษณะนี้ได้ รับรองเลยน้องฟรีแลนซ์จะมีงานให้ทำต่อเนื่องเลยค่ะ จ้างกันเป็นรายเดือนอยู่แล้ว สโคปงานก็ขึ้นอยู่กับสื่อที่ดูแล ตอนนี้ขั้นต่ำโพสธรรมดาไม่ได้สร้างแบรนด์อะไร ก็จ่ายกัน 4-6 พันบาทต่อเดือน หากมีฟรีแลนซ์มือโปร ช่วยจัดการงานแบบมีทิศทาง แน่นอนว่า...จ่ายเพิ่มก็ยอม ลองคิดดู ถ้ารับโปรเจค 3-4 ธุรกิจต่อเดือน รายได้ดีกว่าไปเป็นพนักงานประจำ...เนอะ....
เป็นฟรีแลนซ์...ไม่ได้เลวร้ายเลยนะ...วันนึงเราเบื่อ อยากกลับไปเป็นพนักงานประจำ...ซึ่งโอกาสที่จะคิดแบบนั้นคงเป็นไปได้ยาก...งานที่ทำตลอดช่วงที่เป็นฟรีแลนซ์ก็เหมือนประวัติการทำงานที่ดูแล้วเท่ห์ เก๋ มีคุณค่าซะด้วย และที่พี่ชอบมากสำหรับงานฟรีแลนซ์บริการสื่อออนไลน์ก็คือ น้องทำงานได้ทุกที่เลยนะ ขอเพียงมีสมาร์ทโฟนกับเน็ต เริ่ดมั๊ยหล่ะ สามารถการันตีงานดี ทุกวันไม่มีหยุด ไม่ป่วย ไม่ดื้อ ไม่ลา รับรองจ้างกันยาว เว้นแต่น้องจะเกเรจนลูกค้าเอือมนะคะ^^
สนใจใช่มั๊ย ฟังดูเข้าท่า...จิงป่ะ ทุกอย่างที่ว่า เกิดขึ้นได้ เพราะพี่ก็รับบริหารสื่อโซเชียลมา 3 ปีแล้วค่ะ ถ้าสนใจศึกษาหาข้อมูล เตรียมติดอาวุธให้พร้อม แต่ถ้าให้ดี อย่าเอาเคสลูกค้าเป็นหนูทดลอง เราต้องรู้ว่าต้องทำอะไรอย่างไร...ฝึกให้เป็น..ก่อนจะไปเสนองาน ขอถือโอกาสประชาสัมพันธ์นิสนึง พี่ก็มีคอร์ส...จับสื่อโซเชียลให้อยู่หมัด เรียน 2 วัน ไม่ใช่เพื่อแค่รู้ว่าสื่อโซเชียลคืออะไร แต่ต้องบริหารเป็น ต้องสร้างโอกาสขายได้ 
สนใจเรื่องคอร์ส ไปที่เว็ปไซต์เลยนะคะhttp://www.conceptsalliance.com/marketingcourse.html
หวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ให้ตัวเองนะคะ
คุยกันเพิ่มเติม ไลน์ @wazinee