22 ธันวาคม 2559

ขายไม่ดี ก็รีแบรนด์ซะ

ขายไม่ดี ก็รีแบรนด์ซะ นะ
ภาษาอังกฤษเรียกรีแบรนด์ ภาษาไทย...พี่เรียก "ย้อม"นะจ๊ะ
การรีแบรนด์...เวอร์ชั่นพี่...แบ่งออกเป็น 3 เรื่อง
อยู่ที่ว่าจะทำบางส่วน หรือ เหมาหมด 555


**************************

ย้อมสื่อ...เปลี่ยนโฉมสื่อใหม่หมด กะว่าเห็นแล้วโดน 3 เรื่อง
โดนตา โดนใจ โดนกระเป๋าตังค์

**************************
ย้อมสินค้า...ปรับปรุงให้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น ทำแล้วต้อง
ตอบโจทย์ลูกค้า สร้างจุดขายใหม่ ขยายฐานลูกค้า

**************************
ย้อมแบรนด์...เปลี่ยนโฉมแบรนด์ไปเลย เรื่องใหญ่นะ ดังนั้นต้อง
คิดวางแผนก่อน เรื่องแบรนดิ้งต้องเป๊ะ เพิ่มโอกาสขาย

**************************
จะย้อมอะไร เมื่อไหร่ ใช้ให้ถูกเวลา

ถ้าเพิ่งผลิตสินค้ามาใหม่ ขายยังไม่ดี
เคสนี้ ย้อมสื่อ แล้วตามด้วยย้อมแบรนด์

ถ้าอยู่ในวงการมาสักพัก เริ่มขายอืดๆ
เคสนี้ ย้อมสื่อก่อน ตามด้วยย้อมสินค้า

ถ้าอยู่มานานแล้ว ดูไม่ทันสมัย สู้ใครไม่ได้
เคสนี้ พุ่งเป้า ย้อมสินค้า ย้อมแบรนด์ไปเลย

***************************
ในบรรดา 3 ย้อม
ย้อมสื่อ ง่าย ไว ที่สุด
พี่จึงมักใช้เทคนิคนี้ก่อนเพื่อน
เพราะย้อมสินค้า ย้อมแบรนด์ มันเรื่องเยอะ
ถ้ารีบๆผลีผลาม พลาดแล้วเรื่องใหญ่

***************************
แต่ๆๆๆๆ เจอปัญหาก็อย่ามัวแต่กางตำรา
การตลาดมันต้องพลิกๆแพลงๆ ตะแคงคิด
โอกาสผิดมี พลาดก็ได้ ยิ่งกว่าใบ้หวย
ดังนั้น น้องๆจึงต้องเรียนรู้ ฝึกคิด เช็คชาวบ้าน
อยากเก่ง ต้องพึ่งประสบการณ์ ไม่ใช่จำนวนตำรา

***************************

แต่ๆๆๆๆ ถ้าไม่อยากเหนื่อย ไม่อยากเสี่ยง
ก็เลี่ยงนั่งหลบการเผชิญหน้า
แล้วปลอบ "ย้อม"ใจไปวันๆ
หวังลมๆแล้งๆว่า...เดี๋ยวจะดีขึ้นเอง
ย้อมใจแบบนี้ ก็ได้นะ ไม่ว่ากัน
ก็...กระเป๋าตังค์น้อง ก็ต้องรับผิดชอบเอง...เนอะ

#โค้ชสร้างแบรนด์
ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee
เว็ป http://www.conceptsalliance.com

15 ธันวาคม 2559

ดูแลลูกค้าด้วยมูลค่า หรือ คุณค่า

ดูแลลูกค้าด้วยมูลค่า หรือ คุณค่า
ด้วยความแก่ เผลอไปนั่งทับแว่นสายตา เคยสังเกตุมั๊ย เวลาที่เจอปัญหา ถ้าเป็นที่เราไม่รู้ หรือไม่ถนัด เข้าข่ายปัญหาโลกแตกเชียวนะ แต่พอรู้แล้วก็ไม่ค่อยเดือดร้อนอะไรเท่าไหร่ สรุป...ปัญหามันก็เท่าเดิมแหละ แต่ตัวเรานี่เอง...จะทำให้มันใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง
Time Optic ช่วยเคลียร์ปัญหา แว่นสายตากลับมาใช้ได้ดังเดิม พี่เจอทีมงานTime Optic ครั้งแรกเมื่อต้นปี ไปสอนน้องๆเรื่องคอนเท้นท์ เรามักจะได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆเสมอ วันนี้ได้เจอเขาอีกครั้ง ก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเรื่องเลนส์สายตาสำหรับคนแก่อย่างพี่
ประทับใจที่น้องๆไม่ได้พยายามขายเลนส์ที่แพงที่สุด ถึงไม่บอกไม่อธิบาย เราก็คงไม่รู้ข้อเท็จจริงหรอก แต่...น้องๆเขาขายความจริง
คนเราขายความจริงไม่ได้หรอก ถ้าไม่จริงใจ
เราคงขายความจริงได้เป็นครั้งคราว หากเราไม่จริงจัง
พี่เชื่อ...จริงใจและจริงจัง เป็นวิธีสะท้อนแบรนด์ของTime Optic
แค่แว่นเบี้ยว ดัดแป๊บเดียวก็หายเบี้ยว พาลไปคิดเรื่องสะท้อนแบรนด์ หลายคนที่ขายของไม่ได้ ก็เพราะ...สิ่งที่ลูกค้ารับรู้ เป็นเพียงแค่มูลค่าของสินค้า เมื่อเกิดการเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น ก็เลยสู้ไม่ได้ เพราะ...ลูกค้ามองไม่เห็นคุณค่าของแบรนด์เรานั่นเอง. เพราะลูกค้าไม่มี emotion ร่วมกับแบรนด์...นั่นเอง
การบ้านข้อใหญ่สั่งลาปีเก่า ลองคิดสิ...เราจะดูแลจัดการ emotion ร่วมกับแบรนด์...อย่างไร
#โค้ชสร้างแบรนด์

ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee
เว็ป http://www.conceptsalliance.com

เทคนิคเพิ่มยอดขายเร่งด่วน

https://youtu.be/28ygv3nH9ng

14 ธันวาคม 2559

โลโก้กับคาแรคเตอร์เจ้าของแบรนด์

เรื่องมันมีอยู่ว่า...
วันนี้ จับสินค้ามาถ่ายรูป เลยเห็นป้ายยี่ห้อเสื้อผ้า เป็นรูปอักษรย่อของชื่อพี่สามีภรรยาคู่หนึ่ง ทำให้นึกย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ตอนนั้น...พี่เขาเอาโลโก้ใหม่มาให้ดู ด้วยความที่จะขยายกิจการขายเสื้อผ้า จึงอยากสร้างแบรนด์ใหม่เพิ่มขึ้น พี่มองดูตัวอักษรสีเขียวที่พี่เขาตั้งใจทำมาก ใช้เวลาคิดสักพัก ก็ขออนุญาตเขาว่า...ขอปรับโลโก้นิดหน่อย ก็ดีนะ...ที่ได้ไฟเขียว
เขาชอบตัวอักษรแบบนั้น มันสะท้อนคาแรคเตอร์ของคนคิดนะ เราไปลบมันทิ้งไม่ได้หรอกนะ คนสร้างแบรนด์ต้องทำให้แบรนด์มีชีวิต แม้จะเป็นแค่โลโก้ ก็สะท้อนแบรนด์ได้

พี่จึงใช้สีแดงมาเพิ่มชีวิต มันคือแฟชั่น มันคือสไตล์ แปลงชื่อแทกไลน์นิดหน่อย เพิ่มดีกรีลายเส้น ส่งไป 4 แบบ 1 ในนั้นคือชิ้นงานที่ถูกเลือก
แม้จะถูกเปลี่ยนสี แต่คาแรคเตอร์เจ้าของแบรนด์ยังคงมีอยู่ไม่จางหาย วันนี้ 3 ปีให้หลัง ได้ยินเรื่องราวกิจการขายเสื้อผ้าในลานโปรโมชั่นตามศูนย์การค้าที่ขยายกิจการเติบโตต่อเนื่องไม่หยุด ถึงไม่ใช่ช้อปหรูหรา แต่เงินเข้าไม่หยุด นี่ใช่ไหม...ชึวิตที่เราอยากมี

ถามว่า...ทำไมต้องสีแดง ทั้งที่เริ่มแรก...มันคือสีเขียว มันช่างต่างกันริบลับ พี่ก็ช่างกล้านะ... ความจริงก็คือ เราใช้ใจมอง คนอื่นอาจเรียกว่าฮวงจุ้ย พี่ไม่เคยเรียนโหราศาสตร์ ฮวงจุ้ยที่ไหนหรอกนะ รู้แต่...ถ้าคนนี้ ต้องสี แบบนี้ ถึงจะเหมาะ เวลาปรับแก้สื่อต่างๆ ก็ใช่ใจมองแบบนี้แหละ
ตรรกะเรื่องแบรนด์ผสมผสานคาแรคเตอร์เจ้าของแบรนด์ เทคนิคแบบนี้...จะเรียกอะไรดี...ฮึ
#โค้ชสร้างแบรนด์

13 ธันวาคม 2559

ทำไม บัวไม่บาน สักที

ทำไม บัวไม่บาน สักที
รอลุ้นมาหลายวัน เมื่อไหร่ดอกตูมจะบาน
การรอคอยมันชวนอึดอัด ไม่ได้ดั่งใจ
เช้านี้ ก็เหมือนเดิม
ถ้าบานซะ จะได้เลิกรอ

บัวไม่บาน พาลคิดเรื่อยเปื่อย
วัฎจักรความเป็นไป มันมีตัวแปร
ตัวแปรไม่เปลี่ยน ผลก็เลย...
ไม่ได้ดั่งใจ...สักที สิน่า

พาลคิดโยงไปอีกเรื่อง...
คงเหมือนธุรกิจ ทำแล้ว แต่ไม่ได้กำไร สักที
ตัวแปรไม่เปลี่ยน กำไรก็ไม่เกิด สินะ
ใช่ว่าเราไม่พยายามเปลี่ยน ไม่พยายามปรับ
ความพยายาม ตั้งใจของแต่ละคน อาจพอๆกัน
แต่ผลลัพธ์ต่างกัน เพราะ....

บัวไม่บาน แดดอาจไม่ถึง
บัวไม่บาน อากาศอาจเย็นไป
บัวไม่บาน อาหารน้อยไปรึ
บัวไม่บาน ไม่ว่าด้วยเหตุใด
แก้ไข เตรียมตัวแปร ตั้งแต่ก่อนเกิดดอก
หรือพยายามปรับเปลี่ยน...ภายหลัง
แบบไหน...ผลลัพธ์เวิร์คกว่า

ธรรมชาติ ก็ให้แง่คิดกับชีวิตนะ
แค่จังหวะเวลาผิด ผลลัพธ์แตกต่าง
ทำธุรกิจ ยิ่งต้องคิดหนักเรื่องตัวแปร
รอปัญหาเกิด รอดูผลลัพธ์ก่อนแล้วค่อยหาทางแก้
บ่อยครั้ง สูญเสียโอกาสอย่างน่าเสียดาย

แต่...เรามักเชื่อตัวเอง...ว่า...จะควบคุมตัวแปรได้
หากว่า...เป็นอย่างนั้น เดี๋ยวเราจะทำแบบนี้
เรารอปัญหามาอยู่ตรงหน้า...ก่อน
แล้วค่อยหาทาง...แก้ไข
เพราะเราคิดเหมาไปเองว่า
การเห็นปัญหาชัดเจน จะช่วยหาทางแก้ได้ตรงจุด

ถ้าอย่างนั้น...ผลลัพธ์ไม่ได้ดั่งใจ
อย่าโทษใคร อย่าโทษตัวแปร
โทษตัวเราเอง..ตกหลุมพรางความคิดตัวเอง

สรุป...บัวบานไม่บาน สายเกินแก้ที่ต้นเหตุ
คราวหน้า อยากเห็นบัวบาน รู้นะ...ต้องจัดการอะไร
ทำธุรกิจ อย่ารอปัญหามาเสริฟตรงหน้า
เสียเวลา เสียโอกาส เสียมากกว่าได้

ถ้าไม่ต้องแข่งขันกับใคร ช้าๆได้พร้าเล่มงาม...ก็คงพอได้
แต่เมื่อ...ตัวแปรมันเปลี่ยนแปลง เว้นแต่ความคิดเราเอง
ดังนั้น...ก้าวให้ทันเกม บัวจะได้บาน...ทุกครั้งที่อยากดู

#โค้ชสร้างแบรนด์ #เอ็มโหน่งชวนคิด
#ทำไมบัวไม่บานสักที

ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee
เว็ป http://www.conceptsalliance.com

29 พฤศจิกายน 2559

เริ่มเป็นโค้ชของแบรนด์ หยุดเป็นผู้เล่นในเกม

อย่าไปแคร์เยอะ เรื่องคำจำกัดความ
แค่รู้ว่า...สำหรับธุรกิจเรา...มันคืออะไร...พอแล้ว
เฮ้ย!!! ปาฎิหาริย์ เกิดขึ้น เว้ย
พี่นั่งอ่านการบ้านของน้องๆที่ลงคอร์สเรียนทางออนไลน์
สายตาที่กวาดไปแต่ละบรรทัด พี่เห็นความคิด
แล้วพี่ก็มาสะดุดกับความคิดของน้องนักเรียนคนนึง
เพอร์เฟค...คือ คอมเม้นท์ที่พี่ตอบ

สำหรับพี่นะ การชมใคร มี 2 รูปแบบ
ชมในเชิงให้กำลังใจเพื่อ...ก้าวต่อ
และชมเพราะเขาทำได้ดีมาก
พี่นั่งเทียบกับการบ้านครั้งแรกที่น้องคนเดียวกันนี้ส่งมา
เพียงข้ามคืน ความคิดเขามีระบบมาก
จนแทบไม่อยากเชื่อว่าคือคนๆเดียวกัน

ในคอร์ส พี่สอนว่า
แบรนด์ คือ ศูนย์รวมจินตนาการของสินค้า
แบรนดิ้ง ก็มีหน้าที่สะท้อนจินตนาการนั้นลงไปในสื่อ
สื่อ อยู่ระหว่าง เจ้าของแบรนด์ กับ ลูกค้าเป้าหมาย
ดังนั้น จินตนาการที่ถูกสะท้อนลงไป...ถ้าอยากให้ถูกค้าซื้อ
ก็ต้องเป็นจินตนาการที่ลูกค้าเห็นแล้ว ชอบใจ พอใจ ถูกใจ

หากมีช่องว่างเมื่อไหร่ ผลก็คือ ลูกค้าดูสื่อแล้วไม่ชอบ ไม่เชื่อ
ก็ไม่ซื้อ...นั่นเอง
และเมื่อ คนที่จะตัดสินว่า...ชอบ ไม่ชอบ จะซื้อหรือไม่ซื้อ
คนๆนั้น คือ ลูกค้า นะ หากสวยสำหรับเราแต่เขาไม่ซื้อ..ก็จบนะ
ดังนั้น เราจึงต้องตามทันจินตนาการของลูกค้า
จึงเป็นที่มาของคำว่า ลายแทงของแบรนด์
น้องแต่ละคนก็นั่งหาลายแทงนี้แหละ
ทำไมต้องใช้ลายแทง

เพราะมันช่วยสร้างโครงเรื่องของแบรนด์
เพราะมันทำให้เรารู้ว่าอาณาเขตที่มีความหมายสำหรับลูกค้ามีแค่ไหน
เพราะมันทำให้เรารู้ว่าสื่อที่โดนใจลูกค้าต้องสะท้อนอะไร
สร้างแบรนด์ ก็ต้องสะท้อนจินตนาการให้ได้
และนี่ก็คือ...จุดเริ่มต้นของคำว่า "สร้างแบรนด์"

แต่ละคนจะมีความสามารถในการสะท้อนจินตนาการแตกต่างกัน
บางคนชอบเขียน เขาก็จะร้อยเรียงเรื่องราวได้อย่างน่าอ่าน
บางคนถนัดเรื่องภาพ เขาก็จะจัดวางองค์ประกอบภาพได้อย่างน่าสนใจ
บางคนอินกับภาพเคลื่อนไหว เขาก็จะสามารถสร้างคลิปวิดีโอที่น่าประทับใจ
สิ่งที่เขาทำ...ก็คือการเล่าเรื่องของแบรนด์...ผ่านคอนเท้นท์ต่างรูปแบบ

ถ้าเราไม่รู้จินตนาการ เราจะเริ่มเล่าเรื่องอะไรดี
ถ้าเราตามไม่ทันความคิดลูกค้า เราจะสร้างคอนเท้นท์ที่โดนใจได้อย่างไร
ถ้าเราไม่พยายามตีความลายแทง เราก็จะกลับไปเขียนโพสต์แบบเดิมๆ
ถ้าเราหันหลังให้กับจินตนาการของลูกค้า เราจะเผชิญการแข่งขันได้อย่างไร
พี่เคยพูดเรื่อง...เป็นโค้ชของแบรนด์
เราเป็นเจ้าของแบรนด์...เราจึงต้อง
"เลิกเป็นผู้เล่นในเกม

เลิกเล่นดับไฟไปวัน...วัน"
เป็นโค้ช...เพื่อสามารถกำหนดทิศทาง
เจอการแข่งขัน ก็สามารถปรับแก้ไข
อาวุธไว้สู้รบก็คือสื่อ
จะกลายเป็นสื่อสร้างแบรนด์ หรือสื่อรกเฟส
เลือกเอาเอง...

นี่เป็นครั้งแรก ที่สอนเรื่องแบรนด์ทางออนไลน์
พี่รู้ดี...เรื่องแบรนด์คือบทเรียนที่ยากที่สุด
จะสอนอย่างไรให้น้องๆเข้าใจพอที่จะทำการบ้านได้
หรือเลือกทางลัดง่ายๆ ข้ามทิ้งเรื่องนี้ เพื่อเอาใจน้องๆ
เราไม่ได้จะไปสอบแข่งขัน
ไม่ได้จะไปเขียนวิทยานิพนธ์
เราก็แค่...จะสร้างแบรนด์ผ่านคอนเท้นท์
หลังจากนี้ ทฤษฎีอีกมากมาย อยากรู้ก็ไปหาอ่านเอง
บทที่ยากที่สุด หัวข้อที่หินที่สุด...เมื่อสามารถข้ามขีดจำกัดได้
เรื่องอื่น...ก็ไม่ยากอีกต่อไป

ทุกคนต่างต้องมีความฝัน ความคิดที่มุ่งมั่น
แต่มีกี่คนที่สามารถพิสูจน์ความคิดของตัวเอง...นั่นสินะ
#โค้ชสร้างแบรนด์

28 พฤศจิกายน 2559

เขียนเป็นขายอะไรก็รุ่ง

#เขียนเป็นขายอะไรก็รุ่ง
คบไว้มีปัง มีตังค์ มีดัง เป๊ะเป็นได้ด้วยสูตร 5จ.เจรจา
เขียนทีไรก็โดน ยิ่งเขียนก็ยิ่งอลัง
ลุยจับมือ 5จ.เจราจาไล่เรียงลำดับการเขียนให้ได้ใจ
เริ่มอย่างไร จบท่าไหนให้สวย ไม่ต้องมโนไร้ทิศ
ตีโจทย์แบรนด์แตก เขียนทีไรก็พลิ้ว เขียนกี่ครั้งก็ไม่น่าเบื่อ
รู้แล้วลุย... งบน้อยแต่เขียนเป๊ะ สินค้าก็ดังได้จ้า















อยากรู้ลึก อยากรู้วิธีสร้างโพสต์สารพัดรูปแบบให้เพจไม่เหงา
ฝึกกับโค้ช ต้องเก่งขึ้นแน่นอน
เจอกันในคอร์สเรียนออนไลน์...เปิดเกมโกยเงิน Let's Go! Digital...
รายละเอียดเพิ่มเติม https://goo.gl/Co7vPL ค่ะ
#โค้ชสร้างแบรนด์
#เขียนเป็นขายอะไรก็รุ่ง

3 กันยายน 2559

สไตล์ vs. วาไรตี้ ต้องเลือกข้างมั๊ย..อ่ะ

#อยากมีสไตล์ หรือ #อยากได้วาไรตี้

ทำธุรกิจ เราพยายามเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายอย่างไร พยายามทำแบบไหนให้คนกลุ่มนั้น....ซื้อสินค้า

#โอกาสไม่มองหาคนที่พร้อม #แต่แสวงหาคนที่ใช่

ถ้าทุกคน พร้อมใจเดินบนพื้นฐานวิธีคิดแบบเดียวกัน ทำคล้ายๆกัน แล้ว...จะต่างจากคนอื่นอย่างไร แค่คิด...ยังไม่ต่าง แล้ว...มันจะทำต่าง...งั้นเหรอ

เขาทำ เราก็ทำ ขายของ จะมัวมานั่งหาลูกค้าในวิธีการเดิมๆได้อย่างไร ต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ แผนสำรองที่ไม่เคยมี ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ได้เรื่อง เพราะเห็นคนอื่นไม่ทำ ก็เลยตีกรอบความคิดไว้ ก็จบ...สิจ๊ะ

ทำไมต้อง...น้ำส้ม 1 น้ำเปล่า 1 ทำไมชิ้นที่ 3 ไม่เป็นกาแฟ จะได้เข้าพวกเครื่องดื่ม สายชาร์ท...มันดูแล้ว...คนละเรื่อง..เหรอ รูปนี้ ความแตกต่างไม่ได้เกิดขึ้นเอง จงใจจับวาง...ต่างหาก

ของ 3 อย่าง เสริฟได้ 3 ความต้องการ ถ้าเปลี่ยนเป็น น้ำส้ม 3 แก้ว ก็เท่ากับรอกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเดียว ไม่ต้องขยายความมาก คงเข้าใจแล้วสินะ

แต่...ในธุรกิจจริง หลายครั้ง เราไม่สามารถเปลี่ยนน้ำส้ม....เป็นน้ำเปล่าได้...จริงมั๊ย สืนค้าเดิม แต่เปลี่ยนสูตรเพิ่มโอกาสขาย ขยายความต้องการของกลุ่มลูกค้า โมเดลใหม่ ใช้วาไรตี้ขยายโอกาส...ก็เท่านั้น

คิดซะ...เรื่องวาไรตี้ ใช้ซะ...เพิ่มการมองเห็น การตลาดคือศาสตร์และศิลป์รวมกัน วิเคราะห์เพื่อวางแผน สร้างภาพเพื่อนำเสนอ อย่าถีบทิ้งกันและกัน อย่ามองข้ามความสำคัญ

#เพ้อซะนั่นแบรนดิ้ง

ตัวกู ตนกู คือสินค้า
สร้างคุณค่า คิดมูลค่า ให้กล่าวขาน
สินค้าดี อยากถูกเห็น ต้องออกงาน
ต้องสื่อสาร หลายช่องทาง อย่าลังเล

#เอ็มโหน่ง

ทำไมไข่...ต้องเปื้อนฝุ่น

#ไข่เปื้อนฝุ่น

เช้านี้เบิกบานสำราญใจ เตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ด้วยมื้อเช้าก่อนละกัน ไข่ดาว เมนูง่ายๆ อยู่ในจานตรงหน้า สีสันของไข่แดงชวนกิน แต่....เห็นทุกวัน กินทุกวัน...ก็เบื่อ...จริงไหม

#มุมมองที่แตกต่างถึงจะสร้างความโดดเด่นให้สินค้า  

ไข่ดาวทอดสวยๆ ใส่จานดูดี เชิญชวนให้ลิ้มลอง ก็เหมือนกับทุกภาพสินค้าอีกมากมาย ที่ผู้บริโภคเห็นกันลายตา ชินตา สวยไปหมด ดูดีทั้งนั้น เลือกยาก ต้องหาเหตุผลเพิ่ม...เพียงพอจนตัดสินใจได้...จะเลือกซื้อแบรนด์ไหนดี

ถ้าสวย แต่ไม่...โดดเด่น...เพราะไม่แตกต่าง...ลูกค้าตัดสินใจชื้อไม่ได้ทันที...ความสวยที่มีอยู่...ก็ไม่เพียงพอ สินะ

สวยแล้ว...ต้องซื้อ ถ้าสวยแล้ว...แต่ลังเล แก้ตรงไหน ไม่ใช่สวยไม่สำคัญ แต่สวยอย่างเดียวไม่พอ เอ๊ะ...เขียนไปเริ่ม..งง 5555

พี่หยิบขวดเกลือและพริกไทโรยบนไข่ เลอะเทอะ ไร้ทิศทาง ความแปลกตา ทำให้ต้องมองไข่ดาว...นานขึ้น. แค่หลีกความจำเจ ด้วยมุมมองใหม่ๆ ผิดไหม...ถ้าไข่ต้องเปื้อนฝุ่นบ้าง เพื่อให้เกิดการสะดุด ชะงัก เบรคกระทันหันเพื่อเพิ่มเวลาการมอง การเพิ่มเวลาคือระยะการเดินทางเพิ่มขึ้นในโลกของแบรนด์

#อยากชนะในเกม #ต้องล้ำหน้า #ไม่ใช่ตามหลัง

ทำไม ต้องกลัวที่จะแตกต่าง เราคิดได้ คนอื่นก็คิดได้เหมือนกันแหละนะ เพียงแค่...ใครจะทำก่อน ก็แค่นั้น ในเมื่อเราชอบที่จะให้ปากกับใจตรงกัน ถ้างั้น ก็ให้ความคิดกับการกระทำตรงกัน ด้วยสิ ไม่ยึดติดตีกรอบมุมมองของตัวเอง สนุกดี....ไป ทำ ซะ

และแล้ว...ก็ถึงเวลากินไข่ ซะที

#เอ็มโหน่ง

26 สิงหาคม 2559

ใครว่า....สูตรสำเร็จ มันไม่จริง

เคยรู้สึกแบบเดียวกันไหม
เวลาค้นพบ หรือ คิดในสิ่งที่คนอื่นคาดไม่ถึง
ทั้งที่ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้
แต่...มัน เป็น ไป แล้ว
พยายามทำในสิ่งที่เชื่อ
มันท้าทาย มันสะกิด สารพัดต่อมเลยนะ
ยิ่งเห็นว่าสิ่งที่เราเชื่อ
มันเป็นประโยชน์ สร้างโอกาส
แต่...ก็ฆ่าทิ้งหลายสิ่งที่เคยเป็นโอกาส
เราจะยอมเปลี่ยน หรือเราจะวางเฉย
เราจะเลือกที่จะลุย หรือจะรอเวลา
เห็นคนอื่นร่ำรวย แต่เรายืนอยู่กับที่
เพราะเขาเก่งกว่า ฉลาดกว่า อย่างนั้นหรือ
บางที สิ่งที่ง่ายที่สุดที่เราทำคือ พูด
แต่สิ่งที่ยากที่สุดที่เราทำ คือ ลงมือทำ
อะไรเป็นตัวขวาง ความฉลาด ความเก่ง งั้นเหรอ
พี่ว่าใจเรานะ ที่ขวาง ที่บั่นทอนทุกการตัดสินใจ
ถ้าเรารู้ว่าแพ้แน่ๆ เราจะสู้ไหม
หรือถ้าเรารู้ชนะใสๆ เราจะถอยรึ
ใจเราคำนวนทุกอย่างก่อนการกระทำ
ชีวิตไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ต้องโทษอะไร
โทษใจเราเอง ทั้งนั้น
มีใครบอกเราล่วงหน้าได้เหรอว่าจะล้มเหลว
มีแต่ใจเราเองทั้งนั้น แล้วเราก็เชื่อ
พี่ฟังเสียงความคิด และฟังเสียงใจตัวเอง
แต่ก็ฟังเพื่อไว้เป็นป้ายเตือนเท่านั้น
เขาว่าใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว นั่นสินะ
ถ้างั้นก็ใช้กายทำงานหนักขึ้น
สร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างให้ใจเห็น
นาย...จะต้องเปลี่ยนความคิด
ใครจะรู้
แต่ละชีวิตอาจมีสูตรสำเร็จที่รอค้นพบ
หากไม่มุ่งมั่น ไม่ดันทุรัง
สูตรสำเร็จ...นั้น คงไม่มีวันถูกค้นพบ สินะ
#เอ็มโหน่ง

22 สิงหาคม 2559

5 ข้อต้องเคลียร์เรื่องคอนเท้นท์

คอนเท้นท์...อะไรกันหนักหนา...เนี่ย..
เบื่อวุ้ย...พูดก้นทั่วเมือง กระหึ่มทั่วโซเชี่ยล
เอ็มโหน่งขอแพลมแจมความคิดบ้างนะ

คอนเท้นท์...มันเริ่ดอลังเลอค่าช่วยสร้างเงินอย่างไร อ่านเอาจากที่อื่นนะ พี่ขอเน้น 5 เรื่องต้องเคลียร์ จะได้ตั้งเป้าหมายทำงานและลงมือทำได้....เป๊ะงัย
1.ไม่เห็นจะเกี่ยวกับชั้นเลย บางคนไม่รู้ว่าสำคัญอย่างไร มองหาเหตุผลไม่เจอ ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องรู้ หรืออ่านมาเยอะแล้ว แต่มองไม่ออก หรือไม่แน่ใจจะต้องใช้มันอย่างไร เลยละไว้ก่อนแล้วกัน ทำสิ่งที่ถนัดดีกว่า ใครอยู่ข้อนี้ จัดเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ต้องรีบได้รับการดูแลอย่างด่วน ไม่เปิดใจมอง ไม่ยอมรับมัน ไม่แพลนฝึกฝน ก็คอยดูเพื่อนๆแซงหน้าไปนะ...ฮิ้ว
2.รู้ว่าสำคัญ แต่...ทำแล้วไม่เห็นจะ...ได้เรื่องได้ความได้เงิน เสียอารมณ์ ทักษะการสร้างคอนเท้นท์กู้ยอดขาย ฝึกกันได้ แต่ๆๆๆๆๆๆ ต้องเข้าใจกันก่อน...เวอร์ชั่นพี่...คอนเท้นท์ คือ เรื่องของแบรนด์ แต่ก่อนจะคิดเรื่องของแบรนด์ ต้องรู้ก่อน...เรื่องของเรา (สืนค้า) กะ เรื่องของเขา (ลูกค้า) มั่วตามจินตนาการไม่ได้นะ ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะ หลายคนรู้แต่เรื่องของเรานี่สิ...อิอิ สรุปแก้ไขโดยปูพื้นความเข้าใจใหม่ซะ เติมสิ่งที่ขาดก่อน ค่อยกระโดดลงสนามใหม่ แต่...อย่ามัวเสียเวลาเติมจนลืมสนามนะ
3.นู๋เขียนไม่เก่ง นู๋ทำไม่ได้ นู๋คิดไม่ออก  เคสแบบนี้แก้ไขง่ายมากค่ะ ฝึกสถานเดียว แต่....น้องจ๊ะ น้องแค่เล่าเรื่องแบรนด์นะ ไม่ได้ไปเป็นนักเขียนซีไรท์ นักเล่าเรื่องแบรนด์อาจไม่ชนะเลิศรางวัลนักเขียนแห่งชาติ ในขณะที่นักเขียน best seller ก็อาจเขียนคอนเท้นท์ขายสินค้าของคนอื่นไม่ได้ดี...ขายไม่ได้ สรุป ทางใครทางมัน ทางของน้อง น้องเป็นคนกำหนด น้องเริ่มฝึก น้องยิ่งเก่ง ยิ่งพริ้ว โดนก้อปปี้ น้องก็ปรับการเล่าเรื่องแบรนด์แบบไม่ต้องจ้างเอเจนซี่ เริ่ดมั๊ย...อ่ะ...
4.คอนเท้นท์มันคือการเขียน...เท่านั้นเหรอ.... ไม่ช่ายยย... (เสียงสูง) ไม่อยากพูดยาวเดี๋ยวเยอะ สรุป รูป ลายเส้น สี เสียง ตัวอักษร ภาพเคลื่อนไหว สารพัดที่ลูกค้าจะสัมผัสเรื่องของแบรนด์ ถ้าไม่เก่งเขียนก็เก่งทักษะอื่นซะ แต่ๆๆๆๆๆ จากที่พี่เทรนน้องๆ หลังจากบ่นทำไม่ได้ ก็ทำได้ ช้าเร็ว อยู่ที่แต่ละบุคคล ถ้าเริ่มถูกที่ ได้รับการแนะนำสักพักนึง ทุกคนจะทำได้ดีขึ้น แต่ถ้าคิดและหวังว่าฟังคร่าวๆ แล้วก็ทำได้ น้องลองคิดสิ...ถ้าน้องไม่ชอบทำอาหาร แล้ว....นั่งมองเชฟกระทะเหล็กทำสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า น้องจะทำได้แบบเขามั๊ยอ่ะ....นั่นสิ
5.อั๊ยยะ...ฝึกแล้ว ทำแล้ว สารพัดทักษะ ก็ยังขายไม่ดี สอนไม่ดีนี่นา 5555 ถ้าทำแล้วยอดไม่มา แปลว่า...คอนเท้นท์ยังไม่น่าสนใจ ดูรายงานโปรโมทของเฟสบุ๊คก็ได้ ต้นทุนสูงแปลว่าคนสนใจไม่เยอะ ต่อให้น้องแก้ปรับเพิ่มกลุ่มใส่ความสนใจเลือกเฉพาะโลเกชั่น มันจะชดเชย...กลบ...ความไม่น่าสนใจของคอนเท้นท์ได้แค่ไหนกัน ก็ต้องปรับคอนเท้นท์ซะใหม่ ก็ต้องกลับมาทบทวน เรื่องของเรา เรื่องของเขา เรื่องของแบรนด์ใหม่ ทางออกมีแน่นอน เพราะวิธีคิดมันถูกทาง...งัย
คิด...สิ...คิด แต่งตัวไม่สวยออกนอกบ้านไปงานเลี้ยง แก้ไขสถานการณ์โดยนั่งมันอยู่ที่โต๊ะซะ ไม่ลุกเดินไปมา จะช่วยให้ชุดเราสวยขึ้นรึ....ปัญหาอยู่ไหน แก้ตรงนั้นสิ มีสินค้า มีดี แต่ไม่รู้จักวิธึโชว์ คิดแค่....อยากให้ถูกเห็น ก็ไปสถานที่คนเยอะๆ เดี๋ยวก็ถูกเห็นเอง ลืมไปป่าว คนดูมีออฟชั่นมากมายจะเห็นจะดูอะไร จริงมั๊ย
อยากได้ยอด แต่ไม่อยากเสียตังค์เรียนรู้....คิดแบบนี้ก้อดีนะ ไม่ต้องเหนื่อยฝึก ขายไม่ต้องเยอะ ก็ไม่เหนื่อยตอบคำถาม ไม่ต้องรีบส่งของ ชีวิตดี๊...ดี...ปลอบใจตัวเองไปนะ
แต่ถ้าเบื่อมากกกกกกก....ปัญหาเดิมมมมมมมม...... แก้โดย 2-4-6 สูตรเด็ดสร้างแบรนด์ดัง ยอดขายปังด้วยคอนเท้นท์ เช็คให้ชัวร์ คอร์สสอนพัฒนาทักษะคอนเทันท์ เจาะลึกดึงศักยภาพผู้เรียน ตามไปดูที่ http://www.conceptsalliance.com/training_content.html
คุย-ถาม-จอง-จ่าย http://line.me/ti/p/%40wazinee
#เรียนจบวันแต่ความสัมพันธ์ไม่มีวันจบ
#โค้ชสร้างแบรนด์ #เอ็มโหน่ง
#BrandAdvance2 #แอดมินเงินล้าน
บริหารโดย Conceptsalliance (Thailand) Ltd. เปิดทำการ มีนาคม 2544

17 สิงหาคม 2559

มนต์ขลังชามก๋วยเตี๋ยว

#ก็แค่ชามก๋วยเตี๋ยว
เมื่อวานไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยว โลเกชั่นดี ร้านสะอาด แต่สะดุดอยู่เรื่องเดียวก็ชามก๋วยเตี๋ยวนี่แหละ
พี่มักจะให้นิยามของ"ราคา" 1 ใน 4Ps ว่ามันคือ"ความคาดหวัง" เราเรียนหลักการตลาดเพื่อนำไปใช้นะ หากมัวแต่ตีความหมายคำว่า Price คือ ราคา นั่งแปลนั่งท่อง ไม่ต้องเสียเวลาเรียน...ก็ได้มั๊ง
ดังนั้น...ในมุมเรื่องแบรนดิ้งของพี่ ราคาสูงคือความคาดหวังสูง ใช้ได้กับทุกธุรกิจแหละนะ ลองถามตัวเองสิ ถ้าต้องจ่ายเพิ่ม จ่ายแพงกว่าสินค้าอีกยี่ห้อ น้องจะไม่คาดหวังอะไรเพิ่มเลยเหรอ ก่อนซื้อของ คนเราก็ต้องมีเหตุผลรองรับการตัดสินใจ อาจจะเป็นเหตุผลที่มาจากความเป็นเหตุและผล หรืออาจจะมาจากอารมณ์ล้วนๆ อันไหนมีอิทธิพลกว่ากันหล่ะ
ราคาชามละ 40 บาท สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางนอกเมืองไปอีก 10 กม. จัดว่าไม่ถูก ดังนั้น ความคาดหวังยกระดับขึ้นทันที เมื่อสิ่งที่เห็น ความประทับใจครั้งแรกไม่ถูกเติมเต็ม ความจริงอาหารอาจจะอร่อยก็ได้นะ แต่ความคิดติดลบกระทบตัวสินค้า
บางคนอาจไม่คิดมากมาย ก็แค่ชามก๋วยเตี๋ยว แต่โลกความจริง เราเกณฑ์คนเฉพาะกลุ่มมากินได้ไหม ก็ต้องอยากขายดีขายเยอะ ความคาดหวังจึงหลากหลาย หน้าที่เจ้าของแบรนด์ จึงต้องพร้อมรับมือกับความคาดหวัง จริงไหม
ชามก๋วยเตี๋ยว...เป็นมากกว่าชามก๋วยเตี๋ยว การที่หลายคนเกิดปัญหาขายของลำบาก พยายามไปทำเรื่องโน้นเรื่องนี้เยอะแยะ แล้วมองข้ามสิ่งที่แก้ไขได้ง่ายสุดไวสุด พี่มองว่า...มันคือปัญหาของการวิเคราะห์ จึงมีผลต่อแอคชั่น เรื่องที่ต้องเกา ไม่จัดการ เอาเรื่องอื่นมาชดเชย มากลบไม่ได้หรอกนะ
ลองเช็คดูนะ...ชามก๋วยเตี๋ยวในธุรกิจของน้องอยู่ที่ตรงไหน เรื่องใหญ่ๆมันมองเห็นกันง่าย แต่เรื่องเล็กๆ ที่หลบซ่อนอยู่ เรามักหาไม่เจอเพราะใจไม่มอง เวลาพี่แก้ปัญหา พี่ใช้หลักการชามก๋วยเตี๋ยวนี้แหล่ะ จัดการชามก๋วยเตี๋ยวซะ แผนระยะสั้นแก้เผือกร้อนแล้ว ก็ไปที่แผน2 ระยะยาวกว่า คิดการณ์ใหญ่กว่า...ก็แค่นี้แหล่ะ...นะ
#เอ็มโหน่ง

15 สิงหาคม 2559

โพสต์ให้ปัง ขายให้ได้ แบรนด์ต้องดัง

#โพสต์ไม่ปังขายไม่ได้ก็เลิกโปรโมท
#เปลืองตังค์จะทนทำทำไม

อย่ามัวแต่ป้อนฟ้อนคอนเท้นท์ กดโปรโมทแต่ละที จ่ายไปไม่รู้ว่าถูกหรือแพง....พอเลย เลิกไม่รู้ เช็คเกณฑ์ตัดสิน จะเก็บหรือทิ้ง ต้องบริหารต้นทุนเป็น ประหยัดงบได้ถึง 25-40% เชียวนะแต่ถ้ามีตังค์ไม่อั้น ไม่อยากเรียนรู้ ก็ข้ามโพสต์นี้เลย ฝาก 10 เช็คลิสต์ที่พี่ใช้ประเมินการบริหารต้นทุน แต่ต้นทุนต่ำแล้ว...ขายไม่ได้ ไม่ดีนะ ดังนั้น คอนเท้นท์ เครื่องมือ ต้องไปด้วยกันจ้า

1.ตัวเลข Reach (การเข้าถึง) และ Engagement (การมีส่วนร่วม) ห้ามตก ขู่ๆไปงั้นแหละ ตกบ้างนิดหน่อย พอขำๆ ได้ สรุปว่าขอเน้นขาขึ้นนะจ๊ะ

2.ตัวเลขการมีส่วนร่วมต้องสูงนะ ถ้าตัวเลขการเข้าถึงพุ่งมากเลย แต่การมีส่วนร่วมน้อยมากๆ อาการที่เห็นคือ โพสต์มีแต่ไลค์ ไม่มีเม้นท์ ไม่มีแชร์ สุดท้าย ไม่มียอดขาย ถ้าตัวเลขเข้าถึง 300,000 แสน พี่คาดหวังการมีส่วนร่วมอย่างน้อยสุดคือ 30,000 นะ ประมาณ 10%

3.โพสต์ประเภทข้อความอย่างเดียว ไม่มีรูปนะ เน้นเขียนๆๆๆๆ จะยาวจะสั้นก็ตามอารมณ์ของแบรนด์ พี่จะควบคุมต้นทุนให้อยู่ที่ 5-8 สตางค์ มากกว่านี้ เริ่มคิด

4.โพสต์ประเภทรูป+ข้อความ จะกี่บรรทัดก็แล้วแต่อารมณ์ของแบรนด์ พี่จะควบคุมต้นทุนไว้อยู่ระหว่าง 5-25 สตางค์ เกินนี้ คิดสิคะ เครียดนะ เงินทั้งนั้น น้องจะเห็นว่าช่วงมันกว้างใช่ไหม ถ้าอารมณ์แบรนด์เยอะ มันยิ่งแพง

5.โพสต์ประเภทรูปมากกว่า 1 รูป + ข้อความ อาจหาญทำโพสต์ลักษณะนี้ เตรียมเงินไว้ซะ แพงกว่าข้อ 4. แต่มีเหตุผลแน่นอน ถึงต้องใช้มัน พี่ยอมจ่ายที่ 20-40 สตางค์ แต่ก็ต้องวิเคราะห์ข้อมูลลึกขึ้นด้วย ไม่งั้นก็จะตัดสินใจไม่ได้ว่าเก็บดีหรือถีบดี 555

6.โพสต์ประเภทวิดีโอ ตอนนี้นะเก็บเฉพาะ 5-8 สตางค์เท่านั้น เกินกว่านี้ คิดหนัก ถ้าเจอ 10-12 สตางคฺ์ แต่ขายของได้ ก็ยังพอดูแลกันไประยะนึง

7.โพสต์ประเภท carousel เป็นฟีเจอร์ของเฟสบุ๊คนะ พี่ไม่ชอบนะ ลองหลายรอบ เลือดสาดอ่ะ 5555 ใช้เป็นบางครั้งเท่านั้น สำหรับกรณีพิเศษจริงๆเกิน 40 สตางค์

8.คลิ๊กไปเว็ปไซต์ 40-75 สตางค์ พอทนไหวนะ แต่เว็ปต้องพร้อมต้องสวยก่อนะ ลูกค้าไปเยี่ยมเว็ปแล้วก็ต้องเช็คว่าเที่ยวเล่นบนเว็ปนานหรือเปล่า ไม่นับแค่จำนวนคนดูอย่างเดียวนะ

9.โปรโมทโพสต์บนไอจี ดูแล้วลิงค์ไปเว็ปไซต์ บอกเลยต้นทุนต่อกดไปเว็ปแพงนะ บางเพจแพงกว่าใช้ GoogleAdwords แต่ได้คนไลค์โพสต์ได้คนติดตาม ก็เลยยอมๆ

10.ซื้อแฟนเพจ ถ้า 1-2 บาท ก็โอเคนะ แต่โดยทั่วไป ถ้าเพจเก่าแล้ว มีฐานแฟนแล้ว พี่เน้นการใช้คอนเท้นท์เพิ่มแฟนเพจใหม่นะ ไม่ซื้อให้เปลืองตังค์นะ แต่ถ้าเพจใหม่เลย ถ้าซื้อแฟนก็เจ็บตัว ต้องไปเล่นกิจกรรมแทน ถึงแม้ว่าแฟนมากน้อย หลายคนบอกไม่ต้องไปคิดมาก เพราะเฟสบุ๊คแทบจะซีโร่ฟีด แต่ลูกค้าเราสนนะ เป็นส่วนหนึ่งที่เพิ่มความน่าเชื่อถืออ่ะ เรื่องมันเศร้า สรุป มีพอประมาณสัก 3 พันสำหรับเพจใหม่นะ

แนะนำกันให้พอมึนนะ มีสารพัดเรื่องราวมากกว่านี้ อีกอย่าง ตัวเลขก็เก็บจากสถิติที่บริหารเพจนะ เมื่อก่อนต้นทุนดูน่ารักกว่านี้อีก แต่ทำไงได้ ต้องทำใจ อาศัยบ้านเขาอยู่ฟรี ก็ต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภคแบบนี้แหล่ะ ใครทำตัวเลขไหนได้น่าสนใจกว่า มาแชร์กันบ้างนะคะ

เล่นกับตัวเลข พี่ใช้คอนเท้นท์มาช่วยนะคะ สุ่มเอาแล้วหวังว่าจะโดนใจ...ไม่ได้หรอก ต้องคาดการณ์ได้แม่นสัก 90% ไม่งั้นเสียเวลาเสียโอกาสอ่ะ ถ้าเราทำอย่างเดียวก็พอทนนะ คอยตามแก้ไข แต่ถ้างานสารพัด จะมัวลองโน่นนี่ ไม่ได้นะ

มีชุดภาพตัวอย่างต้นทุนที่ทำไว้ให้น้องที่สนใจศึกษาเพิ่มเติม คลิ๊ก https://goo.gl/3w4DnK

ไสยศาสตร์ไม่มี ความบังเอิญเกิดขึ้นเฉพาะโพสต์ได้ฟีดแบคเกินคาดคิดเท่านั้น ทั้งหลายทั้งปวง มันต้องวางแผน มันไม่ใช่ศาสตร์ด้านมืด แค่ประหยัดเงินค่าโปรโมทก็คุ้มที่มาลงเรียนกับพี่แล้ว สนใจบริหารเพจให้คุ้ม เชิญเข้าคอร์สแอดมินเงินล้านจ้า รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://goo.gl/TqApvU

คุย-ถาม-จอง-จ่าย ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee

#เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์ #แอดมินเงินล้าน

บริหารโดย ConceptsAlliance (Thailand) Ltd. เปิดบริษัทมาตั้งแต่ปี 2001 รวมแล้ว 15 ปีแล้วจ้า

มือถือ ใช้ให้คุ้มกับสถานะสมาร์ทโฟน

มือถือ #ใช้ให้คุ้มกับสถานะสมาร์ทโฟน

วันๆ ก้มหน้ามากเลยนะ ก็นะ...สารพัดแอพรอให้กดใช้ ที่แน่ๆ 15 แอพที่พี่ใช้  ทำภาพสื่อ โปรโมทสื่อ วิเคราะห์ผล พี่จึงไม่เหลือเวลาไปจับโปเกมอนงัย

เราต้องปรับตัวนะ ฝึกใช้เทคโนโลยีมาช่วยงาน บางคนอ้างว่าไม่ถนัด ก็มัวแต่อ้างแล้วจะเป็นได้อย่างไร แรกๆ ที่พี่เริ่มหัดใช้ ก็อึดอัดนะ เคยใช้พีซีจอกว้างๆ เจอหน้าจอมือถือแค่5.5นิ้ว มันช่าง...ไม่ได้ดั่งใจ แต่ก็ต้องให้เวลาตัวเองเรียนรู้ ปรับตัว และหาทางใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ ถ้าเรารู้จักใช้ พี่เห็นความได้เปรียบ 2 เรื่อง

1.ช่วยสร้างเงิน เพราะเพิ่มการมองเห็นสินค้าผ่านหลายสื่อ โอกาสขายสูงขึ้น
2.ช่วยบริหารเงิน สามารถจัดการเรื่องโฆษณาได้รวดเร็วขึ้น

แอพก็คือเครื่องมือ การรู้วิธีใช้เครื่องมืออย่างเดียวไม่พอนะ ข้อมูลที่ได้มาจากการใช้เครื่องมือต้องสามารถนำไปต่อยอดได้นะ การตลาด อยากขายของได้ มันต้องคิด ต้องวางแผน ต้องแก้ปัญหา พี่ก็ใช้ข้อมูล มาสร้าง what-if scenario ทำบ่อยๆ ความแม่นก็เพิ่มขึ้น

อย่ามัวรอพร้อม...อย่าอ้างไม่มีเวลา...
อย่าดูถูกความสามารถของตัวเอง
การลงมือทำเท่านั้นจึงจะให้ประสบการณ์

ไม่อยากเสียเวลา มาเรียนรู้และฝึกใช้ประโยชน์แอพมือถือเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มยอดขายได้จากคลาส BrandAdvance รอบถัดไป รุ่นที่ 37 อบรมวันที่ 19-20 สิงหาคมนี้ค่ะ

รายละเอียดคอร์ส เช็คที่ http://goo.gl/TqApvU อบรม 20-21 สิงหาคม 2559

คุย-ถาม-จอง-จ่าย ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee
#เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์ #แอดมินเงินล้าน

บริหารโดย ConceptsAlliance (Thailand) Ltd. เปิดทำการ มีนาคม 2544

13 สิงหาคม 2559

2แอพตัวช่วยเจ้าของแบรนด์

บริหารเพจให้ขายได้ งบไม่บาน เริ่มต้นที่ #2แอพตัวช่วยเจ้าของแบรนด์
ทำตามง่าย ดูแลดีๆ ช่วยขายของ ช่วยคนจดจำ แก้ปัญหางบบานจ้า

เวอร์ชั่นเป็นรุปภาพ มีคำอธิบายประกอบก็มีนะคะ https://goo.gl/3w4DnK

แค่เป็นตัวเองที่ดีกว่าเดิม

#แค่เป็นตัวเองที่ดีกว่าเดิม
ถามว่าล้มเป็นมั๊ย รู้สึกเจ็บ ผิดหวัง เป็นบ่อยมั๊ย
เป็นสิ...แต่ไม่นาน ก็ลุกขึ้นมา เดินหน้าต่อ
โห...วิเศษ ทำได้งัย
ป่าวเลยนะ แค่คนธรรมดา แต่ฟังเสียงใจของตัวเองมากกว่า

เมื่อก่อน เวลาที่รู้สึกแย่ ก็จะมองหาเพื่อน หาคนใกล้ตัว
อยากระบาย อยากได้รับการใส่ใจ
ทุกคำที่ได้ยิน มาจากความหวังดี เพื่อให้เรายิ้ม สู้ต่อ
แล้วก็จริงแหล่ะ เรายิ้ม และสู้ต่อ แต่...
พอกลับมาอยู่กับตัวเอง เสียงแห่งความหวังดี...เริ่มเบา เบาลง
จนในที่สุด มันเป็นเพียงแค่...ข้อความ
เป็นแบบนี้ หลายครั้ง ในที่สุด ก็รู้ว่า...

กำลังใจที่ได้มาจากคนอื่น
ก็เหมือนของหยิบยืม ไม่นาน ก็ต้องคืน

มนุษย์มีสัญชาตญาณรักตัวเอง ใช่มะ
เราเป็นอย่างนั้นนะ เมื่อจนตรอก
ไม่อยากอยู่กับความเจ็บ ความล้มเหลว
ก็ต้องหาทางปกป้องตัวเอง
ยืมของคนอื่นไม่ได้ มันไม่เคยอยู่ถาวร ต้องคอยเติม
เราจึงต้องหาทางสร้างกำลังใจให้ตัวเอง

มันก็ยากนะ แรกๆ
ตอนอยู่ก้นเหว จะให้รู้สึกเหมือนอยู่บนทุ่งหญ้าได้อย่างไร
แต่การตะเกียกตะกาย เพื่อรักษากำลังใจที่สร้างมาได้เองเพียงน้อยนิด
กลับเป็นความพยายามที่ช่วยให้กำลังใจนั้นใหญ่โต มั่นคงขึ้น

มันไม่เคยง่ายหรอก แต่ถ้ามันผ่านได้ครั้งนึง
ครั้งที่ 2 ที่ 3 ก็ตามมาง่ายขึ้น
สร้างมาได้เอง รักษามันได้เอง ก็ไม่ต้องคืนใคร

กำลังใจที่สร้างด้วยตัวเอง
ก็เหมือน เสาเอกของบ้าน
ถ้าต้องล้ม....จะล้มเป็นชิ้นสุดท้าย

นี่แหละ...คือความแกร่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน
นี่แหละ...ที่ช่วยสร้างหัวใจที่ไม่ยอมแพ้

#เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์ #แอดมินเงินล้าน
คุย-ถาม-จอง-จ่าย ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee

ขายไม่ได้ ‪#‎อย่าไปโทษเด็กที่จ้างมาจิ้มคีย์บอร์ด‬



ครั้งนึง มีนักเรียนรุ่นใหญ่ ด้วยความเคารพ ขอใช้ชื่อนามสมมติว่า พี่ใหญ่ พี่ใหญ่อายุหลัก 5 แล้ว ทำสินค้าลดน้ำหนัก อ๊ะ...อะ...งงหล่ะสิ ความจริงก็คือลูกสาวคนสวยของพี่ใหญ่เป็นเจ้าของแบรนด์ แต่แอดมินกิติมศักดิ์คือพี่ใหญ่ คุณพ่อที่แสนจะน่ารักคนนี้
น้องๆคงจะคาดไม่ถึงหรอกว่า วันๆพี่ใหญ่ทำอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าร่ำรวยมากมาย สามารถจ้างพนักงานได้เป็นสิบมาช่วยทำงาน แต่พี่ใหญ่ให้แง่คิดแชร์ในคลาสว่า ถ้าไม่ทำเองด้วย ก็จะไม่รู้ฟีดแบคที่แท้จริง คำถามที่เจอ ปัญหาที่ต้องแก้ ถ้าไม่เจอเอง พอขายไม่ได้ จะไปโทษลูกน้อง ไม่ได้หรอก... หรือถ้าลูกน้องอ้างโน่นนี่ ก็จะไม่รู้จริงหรือเท็จ
พี่ใหญ่กับเอ็มโหน่งไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวมาก่อน ก็แอบงงตอนแรกนะ ใครกันนะ มาลงคอร์สโอนเงินตอนเกือบเที่ยงคืน แถมจ่ายทีเดียว 3 คอร์สรวด พอได้เจอตัวจริง ได้เห็นวิธีการคิด การเปิดโอกาสให้ตัวเองเรียนรู้ นี่สิ สัญชาตญานของแอดมินเงินล้าน...ตัวจริง


นี่ไม่ใช่นิยาย...อ่านเพื่อล่าอารมณ์ร่วม แต่ชีวิตจริง...ก็มีหลายแง่มุมที่นิยายต้องยืมไปใช้ จริงไหม
บางคน...มองที่เป้าหมาย
จากนั้น หาหนทางพาตัวเองไปถึงเป้าหมาย
แต่บางคน...ตาจับจ้องที่เป้าหมาย
แล้วหวังว่า เป้าหมายจะขยับเข้ามาหาตัวเอง
มันง่าย...ที่จะประกาศเจตนารมย์ว่า เราต้องการอะไร
แต่...จะทำให้เกิดขึ้นจริง ตัวแปรสำคัญคือ...วิธีคิด
ระหว่าง....เจ้าของแบรนด์ที่ทำเองสารพัด กับ เจ้าของแบรนด์ที่จ้างคนอื่นมาช่วยทำแทนแทบทุกเรื่อง
น้องคิดว่าใครจะประสบความสำเร็จได้เร็วกว่ากัน ถ้าทั้งคู่....มีเงินทุนพอๆ กันนะ
มันยากเกินเดา แต่ถ้าต้องเลือกคำตอบ น้องก็คงเลือก คนที่จ้างคนอื่นมาทำแทน น่าจะประสบความสำเร็จได้เร็วกว่า เพราะคนที่จ้างไม่มีประสบการณ์ หรือไม่ถนัด หรือไม่มีเวลา ดังนั้น การจ้างจะช่วยแก้ปัญหาที่เขามีได้ ในขณะที่เจ้าของแบรนด์ที่ทำเองสารพัด ถ้าไม่มีโนฮาว ก็อาจจะลองผิดลองถูก ผลลัพธ์ก็จะได้ไม่เต็มที่ น้องๆ จะตอบแบบนี้...รึป่าว
คำตอบที่ดูดี อาจไม่มีหรือไม่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง
ทำไม พี่ถึงคิดติดลบ ทำไมพี่ถึงมองไปแง่ร้าย มี 2 คำตอบ
เพราะ...น้องๆเจ้าของแบรนด์ทำให้พี่คิด
ไม่เคยมีน้องคนไหนมาชื่นชมว่าจ้างเขาแล้วคุ้ม
บางทีเขาอาจยังไม่เจอคนที่ใช่ ก็เป็นได้
คนเก่ง...มี แต่ดันเจอคนไม่เก่ง นี่ถอดจากคำพูดน้องๆนะ
และอีกเหตุผลคือ เพราะ...ในฐานะผู้ถูกจ้าง เช่นพี่
เราดูแลผลประโยชน์ใคร ตัวเอง หรือ เจ้าของแบรนด์
เมื่อถึงวันนึง พี่มองว่า
เราต้องเลือกทางที่เดินแล้วมีความสุขและภูมิใจ
เจ้าของแบรนด์ไม่เก่ง ไม่ได้หมายความว่า ไม่ฉลาด
แค่ประสบการณ์ไม่มี ไม่ได้หมายความว่า ทำไม่ได้
ทุกอย่างเรียนรู้ ฝึกฝนกันได้
การเรียนรู้ที่ดีที่สุด เกิดจากกาารลงมือทำ
อย่ารอให้ถึงทางตัน แล้วค่อยคิดที่จะเรียนรู้
มันเสียโอกาสหลายๆ เรื่องนะ
ไม่มีอะไรที่ดีและฟรีด้วย...หรอกนะ
ทุกอย่าง...ต้องแลกมา
อย่าคิดที่จะใช้แค่เงิน...อย่างเดียว ในการแลก
หลายคนเจ็บตัวเยอะแยะจากคิดแบบนี้
เดินไปหาเป้าหมาย อย่ารอให้มันมาหาเรา
ถึงธุรกิจออนไลน์จะบูมมากมายตอนนี้
จนหลายคนเริ่มกังวลว่าจะถึงจุดอิ่มตัว
แต่ถ้าตราบใด ยังมีคนซื้อ ก็เท่ากับ ยังมีโอกาส
แค่ปรับวิธีคิดใหม่ และลงมือทำ
ก็จะรู้ว่าทำไม...พี่ใหญ่...ถึงไม่ลงจากบัลลังก์ "แอดมินเงินล้าน"
คุย-ถาม-จอง-จ่าย ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee
บริหารโดย ConceptsAlliance (Thailand) Ltd. เปิดทำการตั้งแต่ปี 2001 (มีนาคม พ.ศ. 2544)