13 สิงหาคม 2559

ดูหมูปิ้ง ก็เข้าใจแบรนดิ้ง



แบรนดิ้งมันเกี่ยวอะไรกับชั้น ดูหมูปิ้งเป็นกรณีศึกษาก่อน แล้วค่อยหาคำตอบนะ
1.เช้านี้ น้องเบลล์ตื่นมาเพราะความหิว มาเที่ยว ตจว กินอะไรแก้หิวดี ควบมอเตอร์ไซด์ไปตลาด เจอสารพัดแผง หิวพอประมาณ ขอเวอร์ชั่นประหยัด อิ่มง่าย สะดวกกิน
2.ดูโน่นเบิ่งนี้ โห...น่ากินทั้งนั้น แต่อร่อยป่าว ไม่เคยกิน ไม่คุ้นเคย งั้นเลือกที่คุ้นเคยดีกว่า นั่นไง ปาท่องโก๋ น้ำเต้าฮู้ ขนมครก เหนียวไก่ หมูปิ้ง
3.เริ่มตัดตัวเลือก ในที่สุด...หมูปิ้งละกัน รสชาติประมาณไหน...รู้อยู่แล้ว ราคาก็...ไม่แพงเซอร์ไพรส์ เจอแล้ว 2 เจ้า จะเลือกซื้อเจ้าไหนหล่ะ


แบรนดิ้ง ไม่ใช่เรื่องของสินค้าโก้หรูดูแพง แต่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวเต็มๆกับการสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้กับสินค้า ใช่เลย...สินค้าราคาไม่แพง ก็คิดเรื่องแบรนดิ้งได้
ทำไมน้องเบลล์ซื้อหมูปิ้งจากเจ้านี้ ไม่ซื้อจากเจ้าโน้น ก็หมูเสียบไม้เอามาปิ้งเหมือนกัน ราคา 10 บาทเหมือนกัน แต่การตัดสินใจ พฤติกรรมของน้องเบลล์ถูกแบรนดิ้งชี้นำ
บางคนอาจแย้ง ไม่คิดมาก เจ้าไหนคนรุมซื้อเยอะ เลือกเจ้านั้น แล้วการมีคนรุมซื้อเยอะๆ เป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า
ถ้าน้อง...บังเอิญเป็นแม่ค้าขายหมูปิ้งที่ขายไม่ดี จะทำอย่างไร ขายไปงั้นๆ แล้วหวังว่า...เดี๋ยวจะดีขึ้น หรือพยายามทำบางอย่างหรือหลายอย่างเพื่อให้ขายดีขึ้น
ความพยายามนั้นมุ่งหวังให้หมูปิ้งของน้องสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ จริงไหม ความพยายามนั้นเพื่อหวังผลระยะยาวแค่นั้นหรือ อะไรควรทำก่อนหลัง มันชดเชยทดแทนด้วยเรื่องอื่นไม่ได้หรอกนะ
งั้นเรื่องแบรนดิ้งไม่ใช้การเพ้อพกมโนเมื่อภาวะจิตตก หรือทำเพื่อโก้เก๋
งั้นเรื่องแบรนดิ้งไม่ใช่การทำเพื่ออนาคตนานๆเท่านั้น
งั้นต้องคิดใหม่ทำใหม่แล้ว จะนำเรื่องแบรนดิ้งมาช่วยเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้สินค้าได้อย่างไร
ก่อนจากนะ จะทำธุรกิจ ไม่คิดลึกเรื่องลูกค้าไม่ได้นะ จะซื้อกินเองหรือซื้อฝาก ความต้องการของลูกค้าคนกินก็ยังเหมือนเดิม แต่อาจไม่ถูกเติมเต็มเพราะดันไม่บอกคนซื้อว่าอยากกินอะไร 5555
ลูกค้า ความต้องการ ต้องชัดนะ
ทำสินค้าเราให้มันน่าซื้อซะ ชัดมั๊ย
ถ้าไม่ชัดเรื่องลูกค้า ไม่ฟันธงเรื่องความต้องการ
แล้วจะกำหนดความน่าซื้อโดยใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสิน....หล่ะจ๊ะ
จอบอ...หิวแล้ว...กินหมูปิ้งดีกว่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น