7 พฤศจิกายน 2560

5 เทคนิคปรับแต่งวิดีโอให้ทำเงิน


5 เทคนิคปรับแต่งวิดีโอให้ทำเงิน #เปลี่ยนคลิปธรรมดาให้อลังเร่งยอด
1.เพิ่มคลื่นแทรกระยะสั้น ชมตัวอย่างวินาทีที่ 38 ในคลิป การแทรกคลื่นสั้น จะช่วยให้ผู้ชมไม่เบื่อ และอยากรู้ต่อว่าหลังจากนั้น จะมีอะไรต่อ
2.มีช่วงเปิด-ปิด เพิ่มแบรนดิ้ง ตัวอย่างในคลิป จะมีทั้งช่วงเปิดและปิด แต่บางครั้ง พี่ก็ทำคลิปที่มีแต่ช่วงปิดอย่างเดียว แนะนำว่า...ทุกคลิป ช่วงปิดต้องมี เพราะช่วยรวบไอเดียของเนื้อหาในคลิป เพิ่มโอกาสแอ๊คชั่นที่ต้องการ
3.เพิ่มข้อความไฮไลท์ที่สำคัญ เพราะ 85% ของคลิป จะดูโดยการปิดเสียงอัตโนมัติ ถ้าดูแล้วสนใจ ผู้ชมเปิดเสียงภายหลัง
4.ใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ตัดช่วงภาพที่ไม่น่าสนใจหรือคำพูด เอ่อ...อ่า...ทิ้ง เพิ่มความเนี๊ยบ ลดระยะเวลาคลิปได้ คลิปที่ธรรมดา แต่เมื่อใช้การตัดต่อช่วย กลายเป็นคลิปที่น่าสนใจมากขึ้นหลายเท่าตัว
5.ใช้เพลงประกอบ ช่วงที่เปลี่ยนภาพ หรือไม่มีเสียงพากย์ ก็เร่งเสียงเพลงให้ดังขึ้น ช่วยเพิ่มระยะเวลาผู้ชมอยู่กับคลิปได้นานขึ้น
สนใจฝึกฝนเพิ่มทักษะเทคนิคตัดต่อวิดีโอ แนะนำคอร์ส #BrandAdvance3
วันที่ 17-18-19 พฤศจิกายนนี้
รายละเอียดที่ http://www.conceptsalliance.com/brand_advance_3.html
คอร์สนี้...ว่าง 4 ที่นั่งค่ะ
#เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์
ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee
#เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์
ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee

8 สิงหาคม 2560

5 เทคนิค ขายไวไม่กลัวรวย


ปลื้มมาก ลงโพสต์กดโปรโมท ขายไม่ยากเหมือนที่คนอื่นบ่น วิธีเช็คความพร้อมรวย ดูนะ #5เทคนิคขายไวไม่กลัวรวย ดูแล้ว อ้าว...ทำไม่ครบ ก็แก้ไขใหม่ แต่เตรียมใจนะ น้องอยากขายดี ได้ตังค์ทุกวัน ก็ต้องขยันทำทั้ง 5 เทคนิคทุกวันด้วยค่ะ
5เทคนิคขายไวไม่กลัวรวย
ผู้หญิงสวยซะอย่าง คนก็อยากมอง มองแบบชื่นชม แต่ถ้าเว่อร์เกินพิกัด หรือนางมาผิดที่หรือเปล่า ก็ทำให้คนดูคิดไปสารพัดนะ
ผู้หญิงสวย ก็เหมือนโพสต์ของเรานั่นแหละ ดูแล้วเกิดจินตนาการแบบไหน 10 คนดู ชอบมาก อยากได้ โอกาสจะเปลี่ยนจากผู้ชมเป็นผู้ซื้อก็สูง แต่ถ้า 10 คนดูแล้วเสียงแตก บางคนว่าโอเค บางคนบอก...ก็งั้นๆ บางคนสบประมาท อย่าคิดว่าชั้นจะซื้อ เห็นมั๊ย โพสต์เจ้ากรรมของเราไม่ช่วยขาย ดันเพิ่มคะแนนติดลบซะนี่
เราบอกว่าโอกาสบนโลกออนไลน์มีเยอะ เฟสบุ๊คขยันสร้างเศรษฐีใหม่ อยากขายก็ลงโพสต์ กดโปรโมท มีไหม...ขายได้ กดโปรโมท ไม่ลงโพสต์ ในเมื่อโพสต์มันต้องมาก่อนโปรโมท ไม่ทำให้มันถูกท่าก่อน แล้วโปรโมทจะไปช่วยอะไร อาศัยหว่านเงินเยอะๆเรอะ เราทำ คนอื่นทำ ใครได้เปรียบ???
โพสต์แจ่มๆสื่อๆสวย ต้องใช้ไอเดียบวกฝีมือ การทำให้ดูแล้วอยากได้ เน้นความสวยงาม ดีไซน์ และความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชมนะจ๊ะ ไล่เช็คแต่ละจิ๊กซอว์ จะเห็นเลยว่าโพสต์เราเข้าขั้นดูแล้วอยากได้ หรือว่าดูแล้วรีบเท สู้ๆนะคะ

#ดูแล้วอยากได้ เป็นการเปิดหน้ากว้างในโชว์แบรนด์เรา แต่#ดูแล้วอยากซื้อ นี่นะ...เจาะทะลุกลางใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเลย อยากได้แต่ไม่ยอมซื้อนี่...ไม่เอานะคะ
ดังนั้นการทำให้อยากซื้อ ทะลุกลางใจ ต้องเข้าใจลูกค้าเป้าหมายจริงจริ๊ง พี่ใช้โมเดล SAME ช่วยกรุยทางสู่กลางใจ (Solution/Anticipation/Motivation/Engagement) เป็นที่มาของการสร้างโพสต์ที่มีส่วนผสมโดนใจผู้อ่าน เล่าเรื่องแบบมีพลัง แฝงมนต์ขลังดูดทรัพย์ 555
มันคงจะเริ่ดมากแหล่ะ ถ้าเราสามารถทำโพสต์ที่คนเห็นแล้วซื้อทันที มันคือความฝันที่หลายคนอยากให้เกิดขึ้นจริง แต่ความเป็นจริง ทุกโพสต์มีความสามาถในการปิดการขายไม่เท่ากันนะคะ
ถ้าเราใช้โมเดล SAME ได้ แทนที่จะจู่โจมแบบไร้ทิศทาง ก็เหมือนมีเซ็นเซอร์ช่วยเล็งไง อีกอย่างนะ...เวลาถูกเลียนแบบ เริ่มมองไม่เห็นความต่าง เราเริ่มไม่โดดเด่น ก็ใช้เจ้าโมเดลนี้แหละแก้ปัญหา

อยากมีตัวแทน อยากมีตัวแทน อยากมีตัวแทน ท่องไปอีก 100 ครั้ง ไม่เกิดไรขึ้นหรอกนะ มัวแต่คิดโพสิทีพ แต่ไม่กล้าทำอะไร
กลัวโน่นนี่ จบสิคะ เราเป็นใคร ทำไมเขาต้องมาเป็นตัวแทนกับเรา
แต่ละวันคิดแต่อยากได้เงิน โพสต์ขายของหาตัวแทน คิดแค่เรื่องเงิน ไม่แสดงออกความเป็นเจ้าของแบรนด์ โพสต์เราก็ไร้ชีวิตนะ ก่อนประกาศรับตัวแทน แต่งตัวเพจเราให้มีชีวิตก่อนนะ ลูกค้าดูเรา ตัวแทนก็ดูเราเหมือนกันนะคะ

การทำเพจให้มีชีวิต ไม่ใช่แค่มีโพสต์สวยๆรูปเริ่ดก็พอ โนๆๆๆๆ ค่า การทำเพจให้มีชีวิต ต้องใช้โมเดล 2-4-6 คอนเท้นท์สร้างแบรนด์ ซึ่งมันต่อยอดมาจากโมเดล SAME นั่นเอง โมเดล 2-4-6 นี้แหล่ะ จะมีอิทธิผลต่อการรับรู้การจดจำในแบรนด์ ยิงกระสุนนัดเดียว ตายกันยกลัง ทั้งลูกค้าเป้าหมาย ทั้งตัวแทนเป้าหมาย เสพสื่อเดียวกันได้

ที่เหลือนะเรอะ เงื่อนไขการรับสมัตร โปรปิดเป้า พาเที่ยว แจกทอง ก็มีไว้ผูกจิตให้รักกันนานๆ อย่ามัวแต่เล็งผิดที่ สร้างกติกามาครอบไว้ก่อน แล้วหวังว่าเดี่ยวเขามาเองแหละ ทำเพจให้มีชีวิต สร้างสีสันให้คอนเท้นท์ สินค้าเริ่ดๆ ผลลัพธ์ดีจริง รับรอง สมองซีกซ้ายขวาผู้ชม (ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าเป้าหมายหรือตัวแทนอยากรวย) ทำงานไม่ทัน ซื้อรัวๆ อยากช่วยขายรัว

ขายของออนไลน์จะมัวเถรตรง...คิดว่าสินค้าเจ๋ง คนอยากได้แน่ๆ...ไม่ด๊าย (เสียงสูงสติแตก) โปรโมชั่น โปรโมชั่น โปรโมชั่น มีเข้าไว้ สลับไปสลับมา เป็นสีสันน่ามอง เพราะผู้หญิงชอบป้าย SALE 5555 แต่ไม่ได้หมายความว่าโปรโมชั่น คือการลดราคาอย่างเดียว กริ๊ดค่ะ
พี่ไม่เคยสอนแบบนั้น ถ้าเราไม่เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย เราก็จะทำเรื่องโปรโมชั่นเน้นลดราคา แทนที่จะได้ผลลัพธ์ดีๆ ก็เลยโดนใจคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น จะจัดโปรให้แรง ต้องใช้โมเดล 5As ซึ่งมันก็ต่อยอดมาจากโมเดล SAME อีกแล้ว
ถ้าเราสามารถแยกส่วนแต่ละ A และนำไปสู่การจัดโปรโมชั่นที่หลากหลาย เราก็ไม่ต้องนอยด์ที่จะรู้สึกว่ากำไรหดลง มีนะ...หลายแบรนด์จัดโปรแบบไม่วางแผนล่วงหน้า วิเคราะห์ไม่เป็น คิดแต่จะเอายอดขาย จบโปรเช็คตัวเลข...อ้าว กำไรต่อหน่วยหายไปอื้อเลย แล้วจะเหนื่อยไปเพื่อ....
การจัดโปรที่แรง ไม่ใช่รางวัลโดนใจอย่างเดียว กระเป๋าเจ้าของแบรนด์ก็ต้องตุงทวีด้วยค่ะ

หาคนมาปลื้มสินค้า ทำเป็นประจำ แต่ก็มุขเดิมๆซ้ำซาก ใครจะดูบ่อยๆ เปลี่ยนเรื่องบ้างสิคะ Fast&Furious มันยังต้องมีพล๊อตเรื่องใหม่ ถ้ายังไม่เข้าดู ก็เดาได้ว่าหนังจะเป็นแบบไหน แต่ละฉากประมาณไหน มโนได้ขนาดนั้น จะเสียตังค์ไปดูเพื่อ...
ปลื้มให้มันส์ ต้องคิดต้องครีเอทนะคะ มาอีกแล้ว ที่มาการครีเอท ก็อาศัยโมเดล SAME อีกหล่ะ อุ๊ย...โมเดลเดียวใช้คุ้มนะ เพราะช่วยประยุกต์การตลาดให้เป็นเรื่องง่าย ทำได้จริง พี่ช๊อบชอบ
ความปลื้มมีหลากหลาย อย่ายึดติดแค่คนอื่นทำแบบนั้น ก็ทำตามแล้วหวังว่ารอด คิดแบบนี้ จะไปรวยไวกว่าได้งัยหล่ะคะ อยากแตกต่างต้องโดดเด่น อยากล้ำหน้าในเกม ต้องล้ำหน้าคู่แข่ง จริงไหม

ขายของออนไลน์ ต้องรู้อะไรบ้าง
ทำการตลาด ต้องเข้าใจอะไรบ้าง
การตลาดออนไลน์ ต่างจากการตลาดทั่วไปอย่างไ
เตรียมตัวกันใหม่ดีกว่า...น

ขายไวดีจบ รวยไวไม่มโน ยุคนี้ต้องรู้ต้องใช้ Digital Content Marketing ในปัจจุบัน ความรู้เรื่องการตลาดออนไลน์ มักสอนแบบแยกส่วน จากนั้น ผู้เรียนต้องไปตำน้ำพริกปรุงรสเอง ปัญหาก็เลยเกิด...??? เรียนรู้ แต่เอาไปใช้ไม่เป็น...ไม่ใช่เรื่องโลกแตกนะ

มาเตรียมความพร้อมกันใหม่ดีกว่า นะ
****************************
#BrandAdvance2 โฟกัสเต็มๆ#DigitalContentMarketing ไม่ว่าจะเตรียมแผนงานพัฒนายอดขายสินค้าทางออนไลน์ หรือหากต้องการที่จะโปรโมทตัวเองให้เป็นแบรนด์ ก็ต้องนำเรื่อง Digital Content Marketing ไปใช้คะ
อบรมแนวเวิร์คช้อปโฟกัสช่วยน้องสามารถใช้ทั้ง 5 เทคนิคในโพสต์นี้ได้อย่างลื่นไหล ไอเดียไม่มีหมด#BrandAdvace2 สามารถเปลี่ยนจากผู้ชมเป็นผู้ซื้อ สอนสดมา 14 รุ่น และสอนแบบไพรเวทอีกหลายสิบรุ่น
รุ่นที่ 15 อบรมวันที่ 19-20 สิงหาคม ที่กรุงเทพ @ห้องประชุม K201 ที่ CDC เลียบด่วนรามอินทรา ชมรายละเอียดหลักสูตร/บรรยากาศ/รีวิวที่ http://www.conceptsalliance.com/brand_advance_2.html
#เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์ #ทันเวลาพารวย
ที่ปรีกษาการตลาด +20 ปี
ออกแบบแบรนด์ +15 ปี
ไพรเวทโค้ชชิ่ง +7 ปี
ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee

4 สิงหาคม 2560

ผ่าทางรอด!!! คอนเท้นท์พิฆาต

#คอนเท้นท์พิฆาต ดูยังไง วันๆลงโพสต์กดโปรโมท ต้องไม่ลืมเช็ค...ดีกรีความแรงคอนเท้นท์ระดับไหน เรื่องแบบนี้เข้าข้างตัวเองไม่ได้นะ เว้นแต่...ทุกโพสต์จะลงไว้ดูเอง

น้องๆคงได้ยินมาเยอะ ลงโปรโมทแต่ละครั้ง ต้องเช็คตัวเลขโน่นนี่ แต่ถ้าใครไม่ชัวร์ เช็คคำอธิบาย มีนัยยะสำคัญแฝงอยู่ ไอเดียดี แต่ลงไปทำไมไม่รอด อย่าไปเถียงตัวเลขให้เมื่อย ไม่เวิร์คคือไม่เวิร์ค...จบ!!! แก้ไขใหม่ 5 ตัวเลขเบื้องต้นต้องดูทุกวัน เพื่อความชัวร์ แต่ละแคมเปญรอดแน่ๆ แต่บอกก่อนนะ ทั้ง 5 ตัวเลขสัมพันธ์กันหมด จะดูแค่เลขที่ชอบ ไม่ได้นะจ๊ะ

COST
ต้นทุนแรงแซงยอดขาย 555 ลงโพสต์กดโปรโมทไป แต่ไม่มียอดขาย งานนี้จบไม่สวยนะ ต้นทุนแรงแสดงว่าคอนเท้นท์ไร้ความนิยม ลงไปกดโปรโมทไปก็จ่ายอย่างเดียว
แคมเปญที่ต้นทุนแรงๆ เราจะเห็นเลยว่า ไลค์ก็น้อยมาก อย่าหวังเรื่องคนทัก

ตัวเลขนี้...ต้นทุน ไม่ได้จบแค่สูงหรือต่ำ แต่อยู่ที่ประเภทของคอนเท้นท์และการเลือกวัตถุประสงค์แคมเปญด้วยนะคะ คอนเท้นท์อย่างเดียวกัน แต่ลงคนละวัตถุประสงค์ ก็ใช้ต้นทุนต่างกันแล้ว


เวลาลงโปรโมท เราจึงต้องรู้ว่า แต่ละรูปแบบแคมเปญ ต้นทุนควรจะประมาณเท่าไหร่ ถ้าไม่รู้...ส่วนใหญ่ที่พี่เจอ...นักเรียนจ่ายกันเพลินเลย เพราะคิดว่าต้นทุนที่จ่ายไปมันโอเค พอเก็ทเรื่องต้นทุนแต่ละรูปแบบแคมเปญ ก็เลิกมโน จัดการคอนเท้นท์ใหม่ แหม๊...ต้นทุนก็ไฉไลขึ้นเยอะ แน่นอน...ต้นทุนไฉไลก็หมายความว่าคนให้ความสนใจคอนเท้นท์นั้นมากขึ้น มีใครไม่ชอบความไฉไลแบบนี้บ้าง

ตัวอย่างบ้างละกัน...แก้เมื่อยคิ้ว มีน้องมาเรียน BrandAdvance2 มาสารภาพกับพี่ว่าต้นทุนโปรโมทสามสิบกว่าสตางค์ ก็คิดว่าโอเคแล้ว เพราะน้องเขาก็ขายได้อยู่ ถ้ามันขายได้ ก็ไม่ค่อยมีใครคิดว่าต้นทุนมีปัญหาหรอกนะ พอเรียนจบคอร์ส ปรับปรุงกันใหม่เรื่องคอนเท้นท์ เพราะพี่ยึดหลักแก้ไขกันที่คอนเท้นท์ก่อนเลย ตามด้วยรูปแบบแคมเปญ น้องคนเดียวกันก็มาสารภาพว่า ต้นทุนรูดต่ำไปไม่ถึงสิบสตางค์ แน่นอน...เดิมทีหลายสิบสตางค์ ก็ขายได้อยู่ ครั้งนี้ไม่ถึงสิบก็ยิ่งขายได้ อินบ๊อกโดนถล่มสิ

ชอบมั๊ย อยากมีโมเม้นท์แบบนี้รึป่าว

REACH
การเข้าถึง วัดความป๊อบปูล่าของเพจ/โพสต์ ว่ามีคนเห็นเท่าไหร่ แต่ๆๆๆ ก็ใช่ว่าจะวัดตัวเลขป๊อบปูล่าโดยไม่สนตัวเลขอื่น...ไม่ได้ค่ะ เพราะอาจเป็นการจ่ายเงินซื้อความป๊อบ แต่ไม่ได้ยอดขาย เซ็งเลย

โพสต์ไปแต่ละครั้ง ถ้ามีการโปรโมทก็จะมีการเข้าถึง 2 แบบ ออการ์นิคกับจ่ายตังค์ ออการ์นิคก็ได้อานิสงค์มาจากผู้ที่ติดตามเพจ ถ้าเขาติดตาวมองเห็นก่อนเลย ก็ยิ่งช่วยค่าการเข้าถึงแบบออการ์นิค แต่สวรรค์ไม่ช่วย ความจริง แฟนเพจชอบเรา อาจไม่ติดดาว โอกาสเห็นโพสต์ก็น้อยลง ถึงติดดาวก็อาจจะไม่ได้เห็นโพสต์เราทุกครั้ง เราจึงต้องแลกด้วยการจ่ายเงินเพื่อให้คนเห็นโพสต์เยอะขึ้น

ถ้าน้องขายของ การสร้างแคมเปญเพื่อเข้าถึงคนที่ยังไม่รู้จักเพจเรา ก็เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่ๆ แต่เราจะลงแบบหว่านก็ไม่ดีนัก จึงต้องมีการเลือกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการเลิอกกลุ่มเป้าหมายจะเพอร์เฟค100เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นการกรองในระดับนึง

สรุปแล้ว ถ้าแฟนเพจมีน้อย ก็สามารถขายของได้ แต่ต้องลงโปรโมทเพื่อเพิ่มการเข้าถึง แต่แทนที่จะเลือกลุ่มเป้าหมายสุ่มสี่สุ่มห้า ก็เลือกให้เหมาะสมหน่อย แต่ทว่า...ถึงเลือกกลุ่มอย่างดีก็เถอะ ถ้าคอนเท้นท์ห่วย คนก็ผ่านตา ไม่แอคชั่นอะไรทั้งนั้นแหละ
การเข้าถึงต้องดูทั้งการเข้าถึงของเพจ และแยกรายโพสต์นะ พี่จะมีมาตรฐานให้นักเรียนว่า การบริหารเพจจะต้องพยายามทำให้ค่าการเข้าถึงอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ถึงจะมากพอที่จะทำให้คนรู้จักเพจเรา เห็นสินค้า และเพียงพอที่จะเปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ซื้อ ถ้าเราไม่ทำความคุ้นเคยกับเลขนี้ ก็จะบริหารคอนเท้นท์ผิดพลาดนะสิ

มีเพจก็ต้องสร้างคอนเท้นท์เป็นของคู่กัน ถ้าบริหารแบบไม่รู้ทิศทาง เราจะดึงค่าการเข้าถึงให้อยู่ในระดับที่สามารถสร้างยอดขายได้อย่างไร ถ้าไม่เข้าใจ จะรักษาการเข้าถึงให้ต่อเนื่องได้อย่างไร เรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่เกิดขึ้นเองถ้ากดเงินโปรโมท เว้นแต่น้องจะมีเงินเยอะมาก พร้อมทุ่มไม่อั้น หวังแค่ขายของได้

แต่พี่เชื่อว่า หลายคนคิดแบบพี่ มีเงินจำกัด และต้องการบริหารใช้เงินให้เต็มประสิทธิภาพที่สุด จริงไหม

FREQUENCY
ความถี่ ตัวเลขนี้แปลง่ายๆว่า จำนวนครั้งที่แฟนเพจจะเห็นโพสต์เราต่อวัน มันจะเริ่มต้นที่ 1.0 จากนั้นก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ บางแคมเปญของนักเรียน พี่เจอค่าความถี่สูงมาก บางคนอาจชอบ แฟนเพจเห็นซ้ำๆหลายครั้ง จะได้สนใจอยากรู้ ทนไม่ไหวก็คลิ๊กดูเอง
แต่พี่กลับไม่ค่อยชอบนะ เพราะเทสต์มาหลายแคมเปญ ถ้าเราสามารถกดค่าความถี่ให้ต่ำที่สุดได้ การตอบสนองจะดีกว่า ตัวอย่างเช่น น้องทักมาถาม แคมเปญรันไป 2-3วันแรก ตอบสนองดี หลังจากนั้น ยอดทักอินบ๊อกซ์เริ่มลดลง เพราะพี่สอนให้ดูค่าความถี่ น้องเขาจึงเห็นตัวเลข FREQUENCY ที่สูงขึ้น จึงทักมาปรึกษาว่าต้องแก้ไขอย่างไร พอแนะแนวทางไป ปรับแก้เรียบร้อย ยอดคนทักอินบ๊อกซ์ก็ดีดกลับมาทันที
เรื่องความถี่ เป็นตัวเลขที่หลายคนแลน้อยมาก อาจเพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร ความจริง มันช่วยให้เราบริหารแคมเปญโฆษณาดีขึ้นนะ ถ้าเราปล่อยตามมีตามเกิด คนทักอินบ๊อกซ์น้อย ลงเงินเท่าเดิม แต่คนทักน้อยลง มีใครชอบบ้าง...

RELEVANCE SCORE
คะแนนตรงความเป้าหมาย พี่ชอบเรียกคะแนนความประพฤติ แปลง่ายๆ มันเป็นตัวเลขที่บอกว่า แคมเปญนั้นน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนในสายตาของกลุ่มเป้าหมา
คะแนนเต็ม 10 ถ้าแคมเปญได้คะแนนแค่ 3-4 หยุดโปรโมทสถานเดียว สร้างโพสต์ใหม่ดีกว่า ถ้าคะแนนต่ำ หมายความต้นทุนสูง เพราะคนดูแล้วไม่ตอบสนองต่อแคมเปญ ไลค์น้อย อาจไม่เม้นท์ ไม่แชร์ การตอบสนองน้อยแบบนี้ แล้วหวังขายได้ ก็คงต้องลงเงินในแคมเปญนั้นเยอะมาก แต่พี่มาสายบริหารแคมเปญให้คุ้มนะ เลยต้องดันให้คอนเท้นท์มีคะแนนสูงเข้าไว้

เมื่อก่อนนะ กว่าจะได้คะแนนเต็ม 10 เป็นเรื่องยากมาก แต่ตอนนี้เหมือนเฟสบุ๊คปล่อยคะแนน ทำให้แต่ละแคมเปญได้คะแนนสูงง่ายมาก หรือว่าพี่คิดไปเอง เพราะเคยชินกับการได้คะแนนสูงเป็นประจำ 555

เพจใหม่เพิ่งเริ่มโปรโมท แรกๆก็อาจได้คะแนนไม่ดี แต่ความต่อเนื่องของคอนเท้นท์และการโปรโมทก็ช่วยทำให้คะแนนดีขึ้นค่ะ อีกแล้ว การได้คะแนนสูงๆ ไม่ขึ้นอยู่กับเงินที่ลงโปรโมทอย่างเดียว มันเป็นเรื่องคอนเท้นท์ล้วนๆที่ต้องตอบโจทย์คนที่เรามาเลือกกลุ่มเป้าหมาย เรื่องอื่นก็เป็นตัวประกอบช่วยกันเติมแต่งสีสันนะ
นักเรียนที่เรียนคอนเท้นท์กับพี่ หลายคนก็จะมีคะแนนแค่ 3-4 มาก่อน พอปรับแก้เรื่องคอนเท้นท์ลงโปรโมทไป ก็จะเห็นคะแนนที่สูงขึ้น มีน้องคนนึงตื่นเต้นมาก เรียนรู้มาเยอะ ดูคะแนนเป็น แต่ไม่รู้ว่าต้องแก้อย่างไรให้คะแนนสูงขึ้น พอเรียนกับพี่จบคอร์ส คะแนนดีดขึ้น 9/10 เล่นเอามือไม้สั่น ดีใจมาก ทักไลน์มาบอก พี่นะ...ยินดีด้วยจริงๆ ขนาดเรายังยินดีมากๆ แล้วตัวน้องเขา...จะภูมิใจในตัวเองขนาดไหน...เนอะ

ENGAGEMENT
การมีส่วนร่วม แปลง่ายก็คือปฎิกิริยาที่กลุ่มเป้าหมายตอบสนองต่อโพสต์ ไม่ว่าจะไลค์ คอมเม้นท์ แชร์ คลิ๊กลิงค์ ทั้งหลายทั้งปวงช่วยให้การมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราดูแยกเป็นแต่ละโพสต์ การเข้าถึงจะมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทโพสต์นะ แต่พี่แนะนำให้น้องดูตัวเลขรวมของการมีส่วนร่วมของเพจด้วย

ในขณะที่การเข้าถึง REACH ห้ามต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ค่าการมีส่วนร่วม ENGAGEMENT ก็ห้ามต่ำกว่าเกณฑ์เช่นกัน และมันควรเติบโตไปในทิศทางเดียวกันกับค่าการเข้าถึง หรือเติบโตดีกว่า...เพจนั้นถึงจะยิ่งขายของได้มากขึ้น
บางคนลงโปรโมท จ่ายเงินอย่างเดียว การเข้าถึงก็ดี เพราะลงเงินโปรโมทไง แต่พอดูที่ค่าการมีส่วนร่วม สวนทางกันเลย เป็นการสูญเงินโปรโมทไปอย่างน่าเสียดาย วิธีการแก้ไขที่ดีที่สุด ก็ต้องมาวางผังคอนเท้นท์กันใหม่ แก้ให้มันถูกจุด ถ้าไม่ทำแบบนี้ ยิงเพจไปก็ไม่ได้ผลลัพธ์ดังใจ

พี่พยายามเขียนให้เข้าใจง่ายๆ น้องๆก็ต้องลองไปเช็ค 5 ตัวเลขที่ว่า สิ่งที่เราไม่ถนัด มันจะไม่มีวันถนัด ถ้าเราไม่เริ่มลงมือหัดทำนะ ดังนั้น อย่าท้อ เพราะถ้าน้องหยุดพัฒนาตัวเอง คนอื่นก็แซงหน้านะคะ

น้องๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาบริหารแคมเปญยังไม่ได้ดังใจ อ่านเรื่องของพี่แล้วเริ่มเห็นที่มาที่ไปของการที่เราไม่ประสบความสำเร็จในการโปรโมท อยากเรียนรู้เพิ่ม เพื่อที่จะได้ทราบถึงเทคนิคอีกเยอะแยะที่พี่ใช้ในการบริหารคอนเท้นท์และแคมเปญโฆษณา พี่มีคอร์ส 2 วัน #BrandAdvance 2 โฟกัสเรื่อง Digital Content Marketing จะทำให้น้องเข้าใจและฝึกปฏิบัติในคลาสเพื่อสร้างโอกาสขายทางออนไลน์ รวมทั้งวิธีการแก้ไขกรณีเจอปัญหา

พี่สอนน้องๆหลากหลายธุรกิจ การบริหารคอนเท้นท์ที่ดี จะช่วยให้น้องสามารถสร้างความต่าง ความโดดเด่นให้เพจของตัวเอง เพราะมันไม่มีประโยชน์เลยนะ ถ้าเรียนแล้ว น้องก็ยังดูเหมือนเพจคู่แข่งหรือแย่กว่า ถ้าเป็นแบบนี้ ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าจากเราทำไม

ถ้าไม่ต่าง ไม่เด่น ไม่น่าสนใจ กลยุทธ์สุดท้ายที่น้องจะนำมาใช้คือ ลดราคา เป็นแอคชั่นที่ติดลบมากๆ ในเมื่อสินค้ามันไม่น่าสนใจ คนไม่ถาม พอยิ่งลดราคา ก็ยิ่งไม่น่าสนใจเข้าไปใหญ่นะ

คอร์สBrandAdvance 2 รุ่นที่ 15 จัดวัน 19-20 สิงหาคมที่กรุงเทพ ราคาค่าคอร์ส 8,500 จำกัดเพียง 15 คนเท่านั้น ชมรายละเอียด/รีวิวก่อนที่ http://www.conceptsalliance.com/brand_advance_2.htmlค่ะ
สอบถามเพิ่มเติมทักไลน์ ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee
เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์
ประสบการณ์ออกแบบแบรนด์กว่า 15 ปี

23 กรกฎาคม 2560

ก็แค่สินค้า โปรโมทสิ...เดี๋ยวคนก็ซื้อ จริงเหรอ!!!

เส้นบางๆ คั่นระหว่าง #ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน กับ #รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา อาจเป็นความคิดที่ว่า...ทำๆไปเดี๋ยวก็รู้เอง ระหว่างทางของการลองผิดลองถูก เราได้บทเรียน ได้ประสบการณ์ แต่ขณะเดียวกัน เราอาจเสียหลายๆโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย...นะ

อยากขายได้ เราก็คิดแต่จะโปรโมทอย่างไร ทุ่มไปเต็มที่ แต่ไม้กายสิทธิ์...ดันไม่ทำงาน ซะ นี่ เพราะ...???

การโปรโมท...ทำไม่ยากหรอก สร้างเพจ สร้างบัญชีโฆษณา ใส่วิธีการชำระเงิน สร้างแคมเปญ อนุมัติว่องไว แคมเปญก็รันแล้ว ที่ยากก็คือ...ทำไงให้โปรโมทแล้วขายได้ สินค้าเยอะ เพจเยอะ แต่พื้นที่สื่อเดียว ก็แย่งซีนกันโชว์ ผู้ชมเยอะก็จริง แต่ไม่จำเป็นต้องต้องคลิ๊กทุกแคมเปญ

บางแคมเปญ คลิ๊กเข้าไปดูเพราะขำดี ไม่ได้คิดจะซื้อ กลับมาเหมาว่าเราสนใจ รอบหน้าประเคนโฆษณาสินค้าลักษณะเดียวกันให้เราดูอีก สรุป รกตาเต็มฟีด เจ้าของแบรนด์ก็ต้องจ่าย

สรุปแล้ว แต่ละแคมเปญที่จ่ายไป เพื่อล่อคลิ๊กให้ดู แต่ซื้อแค่ไหน ไม่มีอะไรการันตี มันตรงนี้แหละ ลงโปรโมทไปเยอะ ล่อคลิ๊ก แต่ไม่มีคนซื้อ

สิอสวยไม่ได้หมายความว่าจะช่วยขายสินค้าได้ ความจริง...ที่หลายคนไม่เข้าใจ...ก็...คือ...จะสร้างเสน่ห์ให้แบรนด์อย่างไร สิ่งที่เราสื่อ ต้องช่วยสร้างความประทับใจให้คนดู ดูแล้วชอบ โอกาสจดจำก็สูง คราวหน้าส่งอะไรมาให้ดู ก็ไม่แอนตี้ ดูบ่อยๆก็เริ่มอิน อยากคบหา อยากซื้อ

เป็นโค้ช สินค้าของโค้ชคืออะไร....???? ไม่ใช่คอร์สสอนหรอกนะ สินค้าของโค้ชก็ตัวโค้ชเองนั่นแหล่ะ คอร์สสอนมันใช่ว่าจะยั่งยืน สอนไปสักพักก็ต้องปรับเปลี่ยนหลักสูตร ตั้งชื่อใหม่ ขยับโน่นนี้ แต่คนซื้อเขาซื้อเพราะตัวโค้ช...จริงป่ะ แล้วโค้ชจะทำให้คนดูประทับใจได้อบ่างไร

จะมาพูดปาวๆคอร์สดีอย่างโน้นอย่างนี้ ฟังทีสองทีก็เบื่อ สิ่งที่โค้ชขายคือวิธีคิดต่างหาก ถ้าขายวิธีคิดไม่ได้ คนซื้อก็มองไม่เห็นความต่าง วิธีคิดที่ลอกเลียนแบบ กับวิธีคิดจากประสบการณ์มันต่างกันเลยนะ จริงมั๊ย และเจ้าวิธีคิดที่แสดงออกมาผ่านทางคอนเท้นท์ มันจึงเป็น valued content มันจึงมีคุณค่า มันจึงมีสาระ มันมีประโยชน์ แล้วทำให้โค้ชคนนั้นน่าซือไ

แต่สินค้าที่ขายกันโครมครามมันเป็นจำพวกเดียวกันกับโค้ชรึป่าว......หล่ะ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พี่สอนให้นำเสนอแบรนด์ด้วยโมเดล 2-4-6 นะ น้องต้องขาย แต่ขายอย่างมีเสน่ห์ ถ้าไปโฟกัสผิด คิดแล้วนำเสนอคอนเท้นท์แบบมุมมองของโค้ช มันก็เกาไม่ถูกจุดไง เรื่องแบบนี้ จ้างเขาทำ เขาจะเกาถูกจุดมั๊ย...จะรู้มั๊ยหล่ะ

เราหลอกตัวเองหรือเปล่า ขายไม่ได้...ก็คิดว่า...ไม่ได้เป็นคนเดียวซะที่ไหน คนอื่นก็ขายไม่ได้เหมือนกันแหละ

วิเคราะห์ก่อนได้ป่ะ ทำไมแบรนด์โน้นแบรนด์นี้ ยังพาเที่ยวทัวร์ต่างประเทศกันโครมๆ สิ่งที่ต้องคิด ไม่ใช่นั่งปลอบใจไปวันๆ แล้วรอฟ้าเปิด เราต้องคิด...ทำไงให้เราขายได้ ถ้าเศรษฐิจมันแย่จริงๆ เรารับมืออย่างไร ถ้าเศรษฐิจมันโต เราตักตวงอย่างไร

สิ่งที่พี่เห็นมาตลอดคือการเตรียมแผนการตลาดแบบผิดฝาผิดเวลา จะขับเคลื่อนแบรนด์ให้น่าซื้ออย่างไร มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อยากรู้กันนัก วิธีบริหารตัวแทน การสร้างตัวแทน น้องยังไม่ทำให้ตัวแทนเป้าหมายรู้จักสินค้า แต่กลับไปคิดแล้วว่าจะสร้างกติกามาควบคุมเขาอย่างไร

บางคนมาถามพี่ ต้องทำอย่างไรให้คนมาเป็นตัวแทน พี่ก็ตอบอย่างเดียว ทำสินค้าให้มันน่าซื้อซะ ขนาดตัวเองดูสื่อสิืืนค้าตัวเองแล้วยังไม่ชอบเลย แล้วคนอื่นมันจะไปชอบได้อย่างไรฟร่ะ เฮ้ย...ไอเดียไปมุดอยู่ไหน ขุดออกมาใช้ซะ เราคิดง่ายๆแล้วกัน ถ้ามีตังมีสถานที่ ทำไมเราอยากเปิด 7-11 เพราะเราชอบในกฎระเบียบ หรือเราชอบการตลาดของ 7-11 เราเชื่อว่าเราจะมีกำไรแน่นอน เราถึงอยากไปเป็นส่วนหนึ่งของเขา ลองที่อื่นดีกว่า ทำให้เรามโนว่าจะได้เม็ดเงินมากกว่า เราจะเปลี่ยนใจไหม แน่นอน...เปลี่ยนแน่ๆ แล้ว...เรามโนไปเอง หรือ ดูเอาจากสื่อ จากสิ่งที่เขาเล่าให้เราฟัง...หล่ะ

หวังปาฏิหาริย์ รอส้มหล่นหรือเปล่า ทำธุรกิจมันคนละเรื่องกับการเลือกข้าวราดแกงนะ อันนี้ชอบ อันโน่นน่ากิน เลือกสั่งตามใจตามนิยม ในเกมธุรกิจเราใช้ความชอบความรู้สึกส่วนตัวในการตัดสินได้เหรอ อาหารไม่ถูกปาก เราเลือกจะฝืนกินหรือเปลี่ยนจานใหม่ แต่ในเกมธุรกิจ เลือกได้ไหม ชั้นไม่ชอบผลลัพธ์แบบนี้ ขอเปลี่ยนเกม เดี๋ยวก่อน ชั้นยังไม่พร้อม...เราต่อรองได้หรือเปล่า

มันไม่เกี่ยวกับการคิดบวกคิดลบเลยนะ ความพร้อมที่จะอยู่ในเกมให้ได้เป็นสิงสำคัญและจำเป็น เพราะ...คงไม่มีใครอยากแพ้...จริงมั๊ย

ถ้าวิธีคิดยังแบบเดิมๆ ผลลัพธ์ก็ไม่ต้องเดา เราอยากให้ธุรกิจไปทางไหน มีสินค้าแล้ว กองเต็มหลังบ้าน ไม่ใช่เรื่องขำๆ อีกต่อไปนะ

หว่านพืชต้องหวังผล โพสต์แล้วต้องมีคนเห็น โปรโมทแล้วต้องมีคนซื้อ ถ้าโพสต์แล้วโปรโมทก็แล้วมีแต่คนดู แก้ไข ซะ นะ ไม่ทุกคนมีงบเยอะ พร้อมทุ่มไม่อั้น ถ้าเรามีงบจำกัด เราก็ต้องลงทุนความคิดกันหน่อย ล่อคลิ๊กแต่ไม่ซื้อ จะทนทำไม

จะขายของมัวแต่คิดเรื่องเน้นสาระ โฟกัสผิดที่ ลงแรงไปก็เหนื่อยฟรี ต้องรู้นะบริหารคอนเท้นท์อย่างไร สอนให้เข้าใจตำรา มันคนละเรื่องกับสอนให้ทำเป็น ต่อให้มีสารพัดเวิร์คช้อปให้หัดทำ แต่ถ้าเกาไม่ถูกจุด ก็วนซ้ำปัญหาเดิม หล่ะ นะ

พ่อมดจะร่ายมนต์ แต่ขาดไม้กายสิทธิ์ ก็เหมือนคิดคอนเท้นท์ซะดิบดี แต่นำเสนอออกไปไม่น่าสนใจ ไอเดียในหัวกับสิ่งที่เห็นเดินสวนทาง แล้วใครจะมอง

อย่าเข้าใจผิดว่าคิดคอนเท้นท์ปัง ดังในหัว ก็ขายได้แล้ว อุปมาราวกับว่ากำลังจะจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน เมนูอลังการงานสร้าง ไอเดียบรรเจิด ใครเห็นอยากกินเป็นบุญปาก พองานจริงอาหารจริงลงเสริฟ ไม่น่ากิน ดูแล้วไม่อร่อย สรุป...ไอเดียปังๆ พลาดเพราะนำเสนอได้ไม่ถูกใจ คอนเท้นท์จะดี นำเสนอต้องโดน มันถึงจะดูดเงิน...นะ

อย่าคิดแต่จะก้อปปี้ทำสำเนา การนำเสนอเป็นเรื่องเฉพาะของแบรนด์ อยากให้แตกต่าง โดดเด่น หรือธรรมดาบ้านๆ อยู่ที่เรานำเสนออย่างไร ถ้ารู้เครื่องมือช่วยถ่ายทอดการนำเสนอ จะโบกไม้กายสิทธิ์ท่าไหน แบรนด์ก็น่าสนใจ แต่ถ้าไม่รู้เครื่องมือ...อืม...ก็คงไม่ต่างจากที่แล้วๆมานะ

อยากแก้ไขการนำเสนอ ทำให้แบรนด์น่าซื้อ ต้องเรียนรู้ มโนอย่างเดียวไม่ได้ ผลลัพธ์ไม่เกิด โอกาสขายก็ไม่มา ไม่มีใครถนัดทุกเรื่องมาตั้งแต่เกิด แต่อดีตเป็นอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าเราจะเขียนอนาคตใหม่ไม่ได้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเรียนรู้มา ไม่ว่าจากที่ไหนก็ตาม หากการนำเสนอแบรนด์ในสื่อของเราแย่...ก็จบสิ หมดโอกาสขาย เราไม่สามารถชดเชยการนำเสนอแย่ๆด้วยเรื่องอื่นได้หรอก อยู่ที่ว่าเราจะยอมรับความจริงกันรึป่าว

คิดง่ายๆหล่ะกัน พี่เขียนโพสต์ร่ายยาว พอทำเป็นรูปภาพ ปรับเปลี่ยนได้เอง โพสต์ก็มีสีสันขึ้น โพสต์ที่มีภาพ 1 ภาพประกอบข้อความ กับ โพสต์ที่มีหลายๆภาพประกอบข้อความ การเข้าถึง การมีส่วนร่วมต่างกันเลยนะ หลายๆภาพใน 1 โพสต์เวิร์คกว่า ดีกว่า ในเมื่อรู้วิธีใช้เครื่องมือ จะจัดการการนำเสนอโพสต์แบบไหนก็ได้ดังใจ โผล์ในไลน์อีกอย่าง ไปไอจีอีกแบบ บนเว็ป พินเทอเรส บล็อก กูเกิ้ลพลัส สารพัดทางเลือกมีให้ทำ แต่ถ้าไม่รู้เครื่องมือ ทางเลือกก็มีเท่าเดิม เลือกเองนะ ธุรกิจเราเอง ตัดสินใจให้ดี

ใช้เครื่องมือเป็น ออกแบบสื่อได้ ไม่เกี่ยวกับโหวงเฮ้ง น้องตุ๊กอายุหลัก 30 กว่ามาหลายปี ประกอบอาชีพพยาบาล ไม่เคยออกแบบมาก่อน แต่เขาก็ทำได้

ใครว่าเจ้าของแบรนด์สกินแคร์ต้องเป็นผู้หญิงอย่างเดียวน้องโจ้มาเติมทักษะออกแบบ ทั้งๆที่มีธุรกิจจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เรียนจบวิศวะ แต่เมื่อมีความพยายามซะอย่าง และเขาก็ทำได้

เป็นตัวแทนจำหน่าย อยากมีทักษะออกแบบสื่อ ใครจะห้ามนางได้ น้องบุ๋มอายุไม่น้อยแล้ว ไม่เคยทำอีกตะหาก จากสระแก้วเข้าสู่กรุงเทพ เพื่อเรียนออกแบบ และเขาก็ทำได้

คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้ ในเมื่อมันต้องใช้เครื่องมือนี้ช่วยให้การนำเสนอเราดีขึ้น ทำไมจะไม่เรียนรู้ ถ้าใช้นานๆครั้ง แบบนั้นจ้างเขาก็ได้ นั่งรอเขาส่งงานก็ได้ แต่ในเมื่อจะขายของออนไลน์ ต้องใช้เครื่องมือนี้ช่วยสร้างโอกาสขายของทุกวัน ในเมื่อมันต้องใช้ถี่ ใช้บ่อยซะขนาดนี้ รู้ไว้มีแต่บวก

คลาส BrandAdvance3 เป็นหลักสูตรสอนออกแบบสื่อดิจิตัล 3 วัน นักเรียนที่มาเรียน 95% เป็นเจ้าของแบรนด์ และคาดหวังว่าเรียนแล้วจะนำความรู้ไปใช้ทำภาพสื่อสินค้าเอง ไม่มีใครคาดหวังจะส่งงานเข้าประกวด หรือรับจ๊อบออกแบบให้คนอื่น

วันแรก ฝึกตกแต่งภาพและจัดวางภาพสื่อสวยงามโดยใช้โปรแกรม Illustrator และ Photoshop
วันที่สอง ฝึกออกแบบสื่อที่ต้องใช้เพื่อโปรโมทยอดขาย เช่น สื่อสินค้า โปรโมชั่น บัตรตัวแทน
วันที่สาม ฝึกตัดต่อคลิปวิดีโอ ด้วยโปรแกรม PremierePro และ AVS Editor

เลิกคิดว่าจะทำไม่ได้ ผลงานของนักเรียนหลายคนพิสูจน์ว่า...ถ้าทุ่มเท ก็ทำได้ เปลี่ยนสื่อใหม่สร้างยอดขายได้ไม่จำกัด คุ้มมากๆๆๆที่จะลงทุนศึกษา งานสื่อทำได้เอง ไม่ต้องจ้างอีกต่อไป หรืออยากทำแค่บางส่วน ทีเหลือจ้างเขาทำ ก็รู้ว่าต้องบรีฟงานอย่างไร ให้ภาพสื่อโดนตาโดนใจ ไม่ต้องแก้หลายรอบ

#BrandAdvance3 รุ่นที่ 16 อบรมวันที่ 28-29-30 กรกฎาคม จัดที่กรุงเทพ รับไม่เกิน 10 คน รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.conceptsalliance.com/brand_advance_3.html คอร์ส 3 วัน เรียน 4 โปรแกรมออกแบบสื่อดิจิตัล ราคา12,000 บาท รวมอาหารกลางวัน

สอนโดย #โค้ชสร้างแบรนด์ ประสบการณ์ออกแบบแบรนด์ +15ปี
ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee

12 กรกฎาคม 2560

10 แอ๊คชั่นรีบตะลุย เมื่อยอดขายแน่นิ่ง

ยอดขายตก หลายคนก็เป็น เกิดขึ้นได้ แต่เราอย่านิ่งตามยอดขายละกัน รีบเลยวันนี้พี่มีน้ำจิ้มสุดแซ่บ บอกวิธีกู้สถานการณ์ เป็นวาระเร่งด่วน😆😆😆 รู้แล้ว ต้องรีบเอ็ดตะโร แอ็คด่วนๆๆๆนะคะ
สติมาก่อน อย่าเพิ่งรีบใช้สตางค์ อยากกู้ยอดขาย ถ้าผลีผลาม เดี๋ยวจะเป็นการซ้ำเติมวิกฤต อีกอย่าง น้องคงไม่อยากมาทำอะไรไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรดี จริงป่ะ ดึงสติกลับมา อย่าจิตตก มันเสียเวลา เสียโอกาส นิ่งแปบๆ ยังแก้ตัวฟื้นได้ไว แต่นิ่งนาน นี่เหมือนจะนอนยาว ระวังไว้จ้า
เริ่มแรก วางแผนเรื่องผังคอนเท้นท์กันก่อน เฮ้ย...จะมั่วๆโพสต์โน่น นี่ ไม่ได้นะคะ การทำคอนเท้นท์นี่มันเข้าข่ายครอบงำอารมณ์ความคิดผู้ชมเลยนะ ถ้าเราไม่มีทิศทาง แล้วเราจะไปครอบงำใครหล่ะ เราต้องเข้าใจประเภทของคอนเท้นท์ เอิ่ม...พี่เคยโม้เรื่องโมเดล 2-4-6 ที่พี่ใช้ในการวางผังคอนเท้นท์ ไม่รู้โม้ไว้ที่ไหน ลองรื้อหาดูนะคะ ในแต่ละอาทิตย์ ก็เหมือนกับเราต้องมีปฎิทินคอนเท้นท์ ว่า....แต่ละวัน จะลงเรื่องอะไร มันเหมือน คอนเท้นท์ ออฟ เดอะ เดย์ ที่ลงแล้วต้องโปรโมทนะ เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและสร้างยอดขาย ซึ่งคอนเท้นท์ ออฟ เดอะ เดย์ ของแต่ละวันนี้แหล่ะ มันจะทำงานร่วมกันในการครอบงำ...55555....ผู้ชม อร๊าย การทำคอนเท้นท์ขายนี่มันเป็นศิลปะเลยนะ โดยที่มีศาสตร์มาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ได้มาบังเอิญนะคะ
อ่ะนะ...ถ่ายรูปสินค้าใหม่ก่อนนะ พี่ชอบถ่ายรูปสินค้าด้วยแสงธรรมชาติ แต่จัดให้สวย ไม่ค่อยชอบถ่ายรูปสินค้าโดยใช้สตูดิโอ เว้นแต่จะเอาภาพที่ถ่ายในสตูดิโอ ไปไดคัทเพื่อใช้ในการออกแบบสื่อ เพราะอะไร???? เพราะมันดูสวยเกินไป และหลายครั้ง มันดูเหมือนไร้ชีวิต 

ไม่ถ่ายรูป ไม่ได้เหรอ มีภาพอยู่เยอะแยะแล้ว น้องเอ๊ย....ถ้ามันสวย มันเริ่ดอยู่แล้ว อย่างน้อยมันต้องขายได้บ้างแหละ แต่ถ้านิ่งเลย แปลว่าภาพเราไม่เวิร์คอ่ะ เพราะเขาตัดสินกันที่ภาพเป็นอันดับแรกนะ ดังนั้น รื้อใหม่หมด แต่ถ้าน้องจะเสียดายประวัติศาสตร์ ก็ตามใจ...เก๊าเสียจุย
ออกแบบใหม่เลยนะ มู้ดโทนเปลี่ยนใหม่ เหมือนจับผู้หญิงมาแต่งองค์ใหม่ ภาพเก่าไม่น่าสนใจ ต่อให้เอามาปรับ มาขยับ อันนั้นออก อันใหม่แปะเข้าไป สู้เปลี่ยนใหม่ไม่ได้หรอก เวลาที่พี่ต้องรีแบรนดิ้งแบรนด์ใหม่ พี่โยนของเก่าทิ้งลงขยะเลยจ้า มานั่งทำงานบนงานออกแบบของเดิม ไอเดียดีๆโดนๆไม่ออกมาหรอก เจ๊คอนเฟิร์ม
มาเลยๆๆๆ ได้เวลาทำวิดีโอซะแล้ว ไม่ไลฟ์ก็คลิปนะ ทำได้ทั้งคู่ก็ดี ทำได้อย่างใดอย่างหนึ่งก็รับได้ ไม่ทำเลยสักอัน ถามตัวเองเหอะ...จะขายของป่ะ อยากรู้เรื่องแอพช่วยตัดต่อวิดีโอ ไปฟังไลฟ์เสียงเมื่อวันศุกร์ที่ 23 เลยนะ บอกเทคนิคไว้เพียบ 5555 ไลฟ์จบมีน้องไลน์มาถาม พี่ไลฟ์บอกเทคนิคมากมายแบบฟรีอย่างนี้ ในคอร์สพี่สอนอะไร อุ๊ย ใครมานั่งสอนน้องๆในคลาสให้เมื่อยกันหล่ะ ในคลาสพี่เน้นให้น้องฝึกค่ะ ฝึกเพิ่มทักษะให้เป็นขึ้น เก่งขึ้น ทำเองไม่มีครูเช็ค ก็ไม่รู้ต้องปรับต้องแก้ตรงไหน พอมีคนบอก ก็เข้าใจ ไอเดียก็ยิ่งมา ทักษะมันเรื่องของแต่ละคน อยากขายออนไลน์ต้องฝึกเจ้าค่ะ เรียนคอนเท้นท์มากี่เล่มแล้ว ที่ยังทำไม่เก่งขึ้น เพราะ?????
 การเขียนโพสต์ขายมันเป็นศิลปะ แต่...แต่ละคนจะมีความเคยชิน มีวิธีการคิดการเล่าเรื่องที่เราคิดว่ามันโอเค พอขายไม่ได้ เราอยากทำให้ดีขึ้นแน่นอน ทั้งที่เราก็อ่านเยอะ ฟังเยอะ แต่ก็ไม่สามารถเขียนให้โดนกว่าเดิม เพราะเรารับแต่ความรู้ใหม่ๆ แต่ไม่ได้เอาสิ่งที่มาบล็อกความคิดเราออกไป เวลาลงมือทำ มันก็เลยดูแล้วขาดๆเกินๆ ไม่ได้ดั่งใจค่ะ 

มันเป็นเรื่องของการฝึกนะ ยิ่งฝึกน้องจะยิ่งเข้าใจ แล้วสร้างเสน่ห์ใส่คอนเท้นท์ได้แบบมีเอกลักษณ์เฉพาะ เฮ้ย เราไม่ได้จะเขียนนิยาย หรือ อัตชีวประวัติ แค่เขียนโพสต์ขาย ไม่ต้องตีโพยตีพายขนาดนั้น
วางแผนซะนะ กิจกรรมมีอะไรดีเอ่ย จะลดราคา จะโปรบอกต่อ จะแจกของ จะอะไรก็ไปคิดมา ถ้าไม่ลด ไม่แจก มีอะไรได้ ก็คิดมา สิ่งเหล่านี้ พี่เหมาเรียกว่ากิจกรรม ซึ่งแน่นอน น้องก็ต้องสื่อสารเรื่องราวของกิจกรรมออกไป วันๆจะโพสต์แต่ขายของ ลงแต่รูปสินค้าไม่ได้นะคะ ทุกเดือนกิจกรรมต้องมี หมุนเปลี่ยนกันไป จบม่ะ
เรื่องราวสารพัดที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าโดยตรง จัดมาเข้าแถวในปฎิทินคอนเท้นท์ซะ พี่เคยเขียนโพสต์ หัวข้อชื่อประมาณ...คอนเท้นท์ 5 เรื่อง...อยู่ที่ไหนซะแห่งในเพจนี้ ลองไปดูนะคะ จะช่วยให้น้องมีไอเดียในการสร้างเรื่องราวเพิ่มได้อย่างไม่น่าเบื่อจ้า
อุ๊บสสสส....อย่ารอให้ผู้ชมมาเจอเราอย่างเดียว ออกไปเสนอตัวด้วยค่ะ เฟสกรุ๊ปต่างๆ ไอจี ทวิตเตอร์ ยูทูป บล็อก กูเกิ้ลพลัส ไลน์ สารพัดไปอัพเรื่องราวเป็นประจำ ไม่เอานะ...นึกได้แล้วค่อยทำ ต้องมีวินัยค่ะ ทำไม่เป็น...จ้า พี่ได้ยินบ่อยแล้ว ก็ไปทำให้เป็นซะนะคะ
ปรับปรุงเว็ปไซต์ซะ ให้มันดูดีพอประมาณก็ยังดีกว่าไม่มี ถ้าเริ่ดได้ยิ่งดี แค่คิดง่ายๆว่า ถ้าเราจะซื้อสินค้าอะไรสักอย่าง เราอยากรู้อะไรบ้าง เราเช็คขนาดไหน คนอื่นก็ไม่ยิ่งหย่อนกว่าเรานักหรอก เก็ทนะ...
โปรโมทสิคะ พี่ไม่ดันข้อนี้เป็นวาระอันดับแรก เพราะ...ถ้าคอนเท้นท์น้องยังไม่พร้อมจะถูกโชว์ โปรโมทไปก็มีแต่เสียตังค์แบบไม่คุ้ม อย่าเข้าข้างตัวเอง คิดว่าทำดีแล้ว อย่าคิดว่าเลือกกลุ่มเป้าหมายผิด เลยขายไม่ได้ ถ้าคอนเท้นท์น้องดี ต่อให้เลือกไม่ตรงเป๊ะบ้าง ก็ต้องพอขายได้ แต่นิ่งสนิทแบบนี้...มันไม่เข้าตาใครทั้งนั้น

การโปรโมทมีหลายรูปแบบ ต้องเรียนรู้นะ ไม่ใช่โปรโมทแต่โพสต์อย่างเดียว เจ็บๆๆๆๆๆนะคะ
เกิดปัญหา ก็ต้องรีบหาทางแก้ แต่ก่อนลงมือแก้ ก็ต้องคิดก่อน คิดแล้ว ก็ต้องเตรียมความพร้อมก่อน พร้อมแล้วก็ออกรบได้ แบบนี้ น้องก็มีโอกาสชนะสูงนะคะ 

ขายออนไลน์ น้องต้องพร้อมเผชิญความเปลี่ยนแปลง หากน้องเคยขายได้ แล้วต้องยอดขายตก นั่นหมายความว่า น้องยังเตรียมตัวไม่ดีพอสำหรับยุคดิจิตัล มันคือธุรกิจของน้อง น้องต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาทำแทนให้ได้หรอกนะ แต่เมื่อน้องทำตามที่พี่แนะนำทั้ง 10 ข้อ น้องจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีขึ้นค่ะ ลุยจ้า

สำหรับน้องๆที่สนใจเพิ่มทักษะเพื่อให้ตัวเราจัดการเรื่องคอนเท้นท์ได้ ทำคอนเท้นท์แนวขาย แนวสร้างแบรนด์ได้ บริหารเพจได้ดีขึ้น และรู้วิธีใหม่ๆในการโปรโมทธุรกิจของตัวเอง นอกเหนือจากการบู้ทสโพสต์ แนะนำ#BrandAdvance 2 รวยล้าน รวยเร็ว ลุยแล้วรวย

หลักสูตรออกแบบมาสอนเจ้าของแบรนด์/ตัวแทนจำหน่าย ครั้งแรกเดือน ธันวาคม 2558 และถูกพัฒนาตลอดเวลาเพื่อให้เหมาะกับการขายออนไลน์ 
เรียนรู้เพื่อเปิดรับมุมมองใหม่
แก้เคสเพื่อเทสต์ความเข้าใจ
ซ้อมทำคอนเท้นท์เพื่อเตรียมความพร้อม
ใช้ความคิดเค้นไอเดียเพื่อแก้ไขสถานการณ์

📌รุ่นที่ 14 อบรมวันที่ 15-16 กรกฎาคม ที่โคราช @ห้องประชุม CLASS CAFE สาขาวัดบูรพ์
📌รุ่นที่ 15 อบรมวันที่ 19-20 กรกฎาคม ที่กรุงเทพ @ห้องประชุม K201 ที่ CDC เลียบด่วนรามอินทรา

🚩ชมรายละเอียดหลักสูตร/บรรยากาศ/รีวิวที่ http://www.conceptsalliance.com/brand_advance_2.html

สอนโดย #เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างหแบรนด์ #ทันเวลาพารวย
🎯ที่ปรีกษาการตลาด +20 ปี
🎯ออกแบบแบรนด์ +15 ปี
🎯ไพรเวทโค้ชชิ่ง +7 ปี
ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee