8 สิงหาคม 2560

5 เทคนิค ขายไวไม่กลัวรวย


ปลื้มมาก ลงโพสต์กดโปรโมท ขายไม่ยากเหมือนที่คนอื่นบ่น วิธีเช็คความพร้อมรวย ดูนะ #5เทคนิคขายไวไม่กลัวรวย ดูแล้ว อ้าว...ทำไม่ครบ ก็แก้ไขใหม่ แต่เตรียมใจนะ น้องอยากขายดี ได้ตังค์ทุกวัน ก็ต้องขยันทำทั้ง 5 เทคนิคทุกวันด้วยค่ะ
5เทคนิคขายไวไม่กลัวรวย
ผู้หญิงสวยซะอย่าง คนก็อยากมอง มองแบบชื่นชม แต่ถ้าเว่อร์เกินพิกัด หรือนางมาผิดที่หรือเปล่า ก็ทำให้คนดูคิดไปสารพัดนะ
ผู้หญิงสวย ก็เหมือนโพสต์ของเรานั่นแหละ ดูแล้วเกิดจินตนาการแบบไหน 10 คนดู ชอบมาก อยากได้ โอกาสจะเปลี่ยนจากผู้ชมเป็นผู้ซื้อก็สูง แต่ถ้า 10 คนดูแล้วเสียงแตก บางคนว่าโอเค บางคนบอก...ก็งั้นๆ บางคนสบประมาท อย่าคิดว่าชั้นจะซื้อ เห็นมั๊ย โพสต์เจ้ากรรมของเราไม่ช่วยขาย ดันเพิ่มคะแนนติดลบซะนี่
เราบอกว่าโอกาสบนโลกออนไลน์มีเยอะ เฟสบุ๊คขยันสร้างเศรษฐีใหม่ อยากขายก็ลงโพสต์ กดโปรโมท มีไหม...ขายได้ กดโปรโมท ไม่ลงโพสต์ ในเมื่อโพสต์มันต้องมาก่อนโปรโมท ไม่ทำให้มันถูกท่าก่อน แล้วโปรโมทจะไปช่วยอะไร อาศัยหว่านเงินเยอะๆเรอะ เราทำ คนอื่นทำ ใครได้เปรียบ???
โพสต์แจ่มๆสื่อๆสวย ต้องใช้ไอเดียบวกฝีมือ การทำให้ดูแล้วอยากได้ เน้นความสวยงาม ดีไซน์ และความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชมนะจ๊ะ ไล่เช็คแต่ละจิ๊กซอว์ จะเห็นเลยว่าโพสต์เราเข้าขั้นดูแล้วอยากได้ หรือว่าดูแล้วรีบเท สู้ๆนะคะ

#ดูแล้วอยากได้ เป็นการเปิดหน้ากว้างในโชว์แบรนด์เรา แต่#ดูแล้วอยากซื้อ นี่นะ...เจาะทะลุกลางใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเลย อยากได้แต่ไม่ยอมซื้อนี่...ไม่เอานะคะ
ดังนั้นการทำให้อยากซื้อ ทะลุกลางใจ ต้องเข้าใจลูกค้าเป้าหมายจริงจริ๊ง พี่ใช้โมเดล SAME ช่วยกรุยทางสู่กลางใจ (Solution/Anticipation/Motivation/Engagement) เป็นที่มาของการสร้างโพสต์ที่มีส่วนผสมโดนใจผู้อ่าน เล่าเรื่องแบบมีพลัง แฝงมนต์ขลังดูดทรัพย์ 555
มันคงจะเริ่ดมากแหล่ะ ถ้าเราสามารถทำโพสต์ที่คนเห็นแล้วซื้อทันที มันคือความฝันที่หลายคนอยากให้เกิดขึ้นจริง แต่ความเป็นจริง ทุกโพสต์มีความสามาถในการปิดการขายไม่เท่ากันนะคะ
ถ้าเราใช้โมเดล SAME ได้ แทนที่จะจู่โจมแบบไร้ทิศทาง ก็เหมือนมีเซ็นเซอร์ช่วยเล็งไง อีกอย่างนะ...เวลาถูกเลียนแบบ เริ่มมองไม่เห็นความต่าง เราเริ่มไม่โดดเด่น ก็ใช้เจ้าโมเดลนี้แหละแก้ปัญหา

อยากมีตัวแทน อยากมีตัวแทน อยากมีตัวแทน ท่องไปอีก 100 ครั้ง ไม่เกิดไรขึ้นหรอกนะ มัวแต่คิดโพสิทีพ แต่ไม่กล้าทำอะไร
กลัวโน่นนี่ จบสิคะ เราเป็นใคร ทำไมเขาต้องมาเป็นตัวแทนกับเรา
แต่ละวันคิดแต่อยากได้เงิน โพสต์ขายของหาตัวแทน คิดแค่เรื่องเงิน ไม่แสดงออกความเป็นเจ้าของแบรนด์ โพสต์เราก็ไร้ชีวิตนะ ก่อนประกาศรับตัวแทน แต่งตัวเพจเราให้มีชีวิตก่อนนะ ลูกค้าดูเรา ตัวแทนก็ดูเราเหมือนกันนะคะ

การทำเพจให้มีชีวิต ไม่ใช่แค่มีโพสต์สวยๆรูปเริ่ดก็พอ โนๆๆๆๆ ค่า การทำเพจให้มีชีวิต ต้องใช้โมเดล 2-4-6 คอนเท้นท์สร้างแบรนด์ ซึ่งมันต่อยอดมาจากโมเดล SAME นั่นเอง โมเดล 2-4-6 นี้แหล่ะ จะมีอิทธิผลต่อการรับรู้การจดจำในแบรนด์ ยิงกระสุนนัดเดียว ตายกันยกลัง ทั้งลูกค้าเป้าหมาย ทั้งตัวแทนเป้าหมาย เสพสื่อเดียวกันได้

ที่เหลือนะเรอะ เงื่อนไขการรับสมัตร โปรปิดเป้า พาเที่ยว แจกทอง ก็มีไว้ผูกจิตให้รักกันนานๆ อย่ามัวแต่เล็งผิดที่ สร้างกติกามาครอบไว้ก่อน แล้วหวังว่าเดี่ยวเขามาเองแหละ ทำเพจให้มีชีวิต สร้างสีสันให้คอนเท้นท์ สินค้าเริ่ดๆ ผลลัพธ์ดีจริง รับรอง สมองซีกซ้ายขวาผู้ชม (ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าเป้าหมายหรือตัวแทนอยากรวย) ทำงานไม่ทัน ซื้อรัวๆ อยากช่วยขายรัว

ขายของออนไลน์จะมัวเถรตรง...คิดว่าสินค้าเจ๋ง คนอยากได้แน่ๆ...ไม่ด๊าย (เสียงสูงสติแตก) โปรโมชั่น โปรโมชั่น โปรโมชั่น มีเข้าไว้ สลับไปสลับมา เป็นสีสันน่ามอง เพราะผู้หญิงชอบป้าย SALE 5555 แต่ไม่ได้หมายความว่าโปรโมชั่น คือการลดราคาอย่างเดียว กริ๊ดค่ะ
พี่ไม่เคยสอนแบบนั้น ถ้าเราไม่เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย เราก็จะทำเรื่องโปรโมชั่นเน้นลดราคา แทนที่จะได้ผลลัพธ์ดีๆ ก็เลยโดนใจคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น จะจัดโปรให้แรง ต้องใช้โมเดล 5As ซึ่งมันก็ต่อยอดมาจากโมเดล SAME อีกแล้ว
ถ้าเราสามารถแยกส่วนแต่ละ A และนำไปสู่การจัดโปรโมชั่นที่หลากหลาย เราก็ไม่ต้องนอยด์ที่จะรู้สึกว่ากำไรหดลง มีนะ...หลายแบรนด์จัดโปรแบบไม่วางแผนล่วงหน้า วิเคราะห์ไม่เป็น คิดแต่จะเอายอดขาย จบโปรเช็คตัวเลข...อ้าว กำไรต่อหน่วยหายไปอื้อเลย แล้วจะเหนื่อยไปเพื่อ....
การจัดโปรที่แรง ไม่ใช่รางวัลโดนใจอย่างเดียว กระเป๋าเจ้าของแบรนด์ก็ต้องตุงทวีด้วยค่ะ

หาคนมาปลื้มสินค้า ทำเป็นประจำ แต่ก็มุขเดิมๆซ้ำซาก ใครจะดูบ่อยๆ เปลี่ยนเรื่องบ้างสิคะ Fast&Furious มันยังต้องมีพล๊อตเรื่องใหม่ ถ้ายังไม่เข้าดู ก็เดาได้ว่าหนังจะเป็นแบบไหน แต่ละฉากประมาณไหน มโนได้ขนาดนั้น จะเสียตังค์ไปดูเพื่อ...
ปลื้มให้มันส์ ต้องคิดต้องครีเอทนะคะ มาอีกแล้ว ที่มาการครีเอท ก็อาศัยโมเดล SAME อีกหล่ะ อุ๊ย...โมเดลเดียวใช้คุ้มนะ เพราะช่วยประยุกต์การตลาดให้เป็นเรื่องง่าย ทำได้จริง พี่ช๊อบชอบ
ความปลื้มมีหลากหลาย อย่ายึดติดแค่คนอื่นทำแบบนั้น ก็ทำตามแล้วหวังว่ารอด คิดแบบนี้ จะไปรวยไวกว่าได้งัยหล่ะคะ อยากแตกต่างต้องโดดเด่น อยากล้ำหน้าในเกม ต้องล้ำหน้าคู่แข่ง จริงไหม

ขายของออนไลน์ ต้องรู้อะไรบ้าง
ทำการตลาด ต้องเข้าใจอะไรบ้าง
การตลาดออนไลน์ ต่างจากการตลาดทั่วไปอย่างไ
เตรียมตัวกันใหม่ดีกว่า...น

ขายไวดีจบ รวยไวไม่มโน ยุคนี้ต้องรู้ต้องใช้ Digital Content Marketing ในปัจจุบัน ความรู้เรื่องการตลาดออนไลน์ มักสอนแบบแยกส่วน จากนั้น ผู้เรียนต้องไปตำน้ำพริกปรุงรสเอง ปัญหาก็เลยเกิด...??? เรียนรู้ แต่เอาไปใช้ไม่เป็น...ไม่ใช่เรื่องโลกแตกนะ

มาเตรียมความพร้อมกันใหม่ดีกว่า นะ
****************************
#BrandAdvance2 โฟกัสเต็มๆ#DigitalContentMarketing ไม่ว่าจะเตรียมแผนงานพัฒนายอดขายสินค้าทางออนไลน์ หรือหากต้องการที่จะโปรโมทตัวเองให้เป็นแบรนด์ ก็ต้องนำเรื่อง Digital Content Marketing ไปใช้คะ
อบรมแนวเวิร์คช้อปโฟกัสช่วยน้องสามารถใช้ทั้ง 5 เทคนิคในโพสต์นี้ได้อย่างลื่นไหล ไอเดียไม่มีหมด#BrandAdvace2 สามารถเปลี่ยนจากผู้ชมเป็นผู้ซื้อ สอนสดมา 14 รุ่น และสอนแบบไพรเวทอีกหลายสิบรุ่น
รุ่นที่ 15 อบรมวันที่ 19-20 สิงหาคม ที่กรุงเทพ @ห้องประชุม K201 ที่ CDC เลียบด่วนรามอินทรา ชมรายละเอียดหลักสูตร/บรรยากาศ/รีวิวที่ http://www.conceptsalliance.com/brand_advance_2.html
#เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์ #ทันเวลาพารวย
ที่ปรีกษาการตลาด +20 ปี
ออกแบบแบรนด์ +15 ปี
ไพรเวทโค้ชชิ่ง +7 ปี
ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee

4 สิงหาคม 2560

ผ่าทางรอด!!! คอนเท้นท์พิฆาต

#คอนเท้นท์พิฆาต ดูยังไง วันๆลงโพสต์กดโปรโมท ต้องไม่ลืมเช็ค...ดีกรีความแรงคอนเท้นท์ระดับไหน เรื่องแบบนี้เข้าข้างตัวเองไม่ได้นะ เว้นแต่...ทุกโพสต์จะลงไว้ดูเอง

น้องๆคงได้ยินมาเยอะ ลงโปรโมทแต่ละครั้ง ต้องเช็คตัวเลขโน่นนี่ แต่ถ้าใครไม่ชัวร์ เช็คคำอธิบาย มีนัยยะสำคัญแฝงอยู่ ไอเดียดี แต่ลงไปทำไมไม่รอด อย่าไปเถียงตัวเลขให้เมื่อย ไม่เวิร์คคือไม่เวิร์ค...จบ!!! แก้ไขใหม่ 5 ตัวเลขเบื้องต้นต้องดูทุกวัน เพื่อความชัวร์ แต่ละแคมเปญรอดแน่ๆ แต่บอกก่อนนะ ทั้ง 5 ตัวเลขสัมพันธ์กันหมด จะดูแค่เลขที่ชอบ ไม่ได้นะจ๊ะ

COST
ต้นทุนแรงแซงยอดขาย 555 ลงโพสต์กดโปรโมทไป แต่ไม่มียอดขาย งานนี้จบไม่สวยนะ ต้นทุนแรงแสดงว่าคอนเท้นท์ไร้ความนิยม ลงไปกดโปรโมทไปก็จ่ายอย่างเดียว
แคมเปญที่ต้นทุนแรงๆ เราจะเห็นเลยว่า ไลค์ก็น้อยมาก อย่าหวังเรื่องคนทัก

ตัวเลขนี้...ต้นทุน ไม่ได้จบแค่สูงหรือต่ำ แต่อยู่ที่ประเภทของคอนเท้นท์และการเลือกวัตถุประสงค์แคมเปญด้วยนะคะ คอนเท้นท์อย่างเดียวกัน แต่ลงคนละวัตถุประสงค์ ก็ใช้ต้นทุนต่างกันแล้ว


เวลาลงโปรโมท เราจึงต้องรู้ว่า แต่ละรูปแบบแคมเปญ ต้นทุนควรจะประมาณเท่าไหร่ ถ้าไม่รู้...ส่วนใหญ่ที่พี่เจอ...นักเรียนจ่ายกันเพลินเลย เพราะคิดว่าต้นทุนที่จ่ายไปมันโอเค พอเก็ทเรื่องต้นทุนแต่ละรูปแบบแคมเปญ ก็เลิกมโน จัดการคอนเท้นท์ใหม่ แหม๊...ต้นทุนก็ไฉไลขึ้นเยอะ แน่นอน...ต้นทุนไฉไลก็หมายความว่าคนให้ความสนใจคอนเท้นท์นั้นมากขึ้น มีใครไม่ชอบความไฉไลแบบนี้บ้าง

ตัวอย่างบ้างละกัน...แก้เมื่อยคิ้ว มีน้องมาเรียน BrandAdvance2 มาสารภาพกับพี่ว่าต้นทุนโปรโมทสามสิบกว่าสตางค์ ก็คิดว่าโอเคแล้ว เพราะน้องเขาก็ขายได้อยู่ ถ้ามันขายได้ ก็ไม่ค่อยมีใครคิดว่าต้นทุนมีปัญหาหรอกนะ พอเรียนจบคอร์ส ปรับปรุงกันใหม่เรื่องคอนเท้นท์ เพราะพี่ยึดหลักแก้ไขกันที่คอนเท้นท์ก่อนเลย ตามด้วยรูปแบบแคมเปญ น้องคนเดียวกันก็มาสารภาพว่า ต้นทุนรูดต่ำไปไม่ถึงสิบสตางค์ แน่นอน...เดิมทีหลายสิบสตางค์ ก็ขายได้อยู่ ครั้งนี้ไม่ถึงสิบก็ยิ่งขายได้ อินบ๊อกโดนถล่มสิ

ชอบมั๊ย อยากมีโมเม้นท์แบบนี้รึป่าว

REACH
การเข้าถึง วัดความป๊อบปูล่าของเพจ/โพสต์ ว่ามีคนเห็นเท่าไหร่ แต่ๆๆๆ ก็ใช่ว่าจะวัดตัวเลขป๊อบปูล่าโดยไม่สนตัวเลขอื่น...ไม่ได้ค่ะ เพราะอาจเป็นการจ่ายเงินซื้อความป๊อบ แต่ไม่ได้ยอดขาย เซ็งเลย

โพสต์ไปแต่ละครั้ง ถ้ามีการโปรโมทก็จะมีการเข้าถึง 2 แบบ ออการ์นิคกับจ่ายตังค์ ออการ์นิคก็ได้อานิสงค์มาจากผู้ที่ติดตามเพจ ถ้าเขาติดตาวมองเห็นก่อนเลย ก็ยิ่งช่วยค่าการเข้าถึงแบบออการ์นิค แต่สวรรค์ไม่ช่วย ความจริง แฟนเพจชอบเรา อาจไม่ติดดาว โอกาสเห็นโพสต์ก็น้อยลง ถึงติดดาวก็อาจจะไม่ได้เห็นโพสต์เราทุกครั้ง เราจึงต้องแลกด้วยการจ่ายเงินเพื่อให้คนเห็นโพสต์เยอะขึ้น

ถ้าน้องขายของ การสร้างแคมเปญเพื่อเข้าถึงคนที่ยังไม่รู้จักเพจเรา ก็เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่ๆ แต่เราจะลงแบบหว่านก็ไม่ดีนัก จึงต้องมีการเลือกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการเลิอกกลุ่มเป้าหมายจะเพอร์เฟค100เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นการกรองในระดับนึง

สรุปแล้ว ถ้าแฟนเพจมีน้อย ก็สามารถขายของได้ แต่ต้องลงโปรโมทเพื่อเพิ่มการเข้าถึง แต่แทนที่จะเลือกลุ่มเป้าหมายสุ่มสี่สุ่มห้า ก็เลือกให้เหมาะสมหน่อย แต่ทว่า...ถึงเลือกกลุ่มอย่างดีก็เถอะ ถ้าคอนเท้นท์ห่วย คนก็ผ่านตา ไม่แอคชั่นอะไรทั้งนั้นแหละ
การเข้าถึงต้องดูทั้งการเข้าถึงของเพจ และแยกรายโพสต์นะ พี่จะมีมาตรฐานให้นักเรียนว่า การบริหารเพจจะต้องพยายามทำให้ค่าการเข้าถึงอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ถึงจะมากพอที่จะทำให้คนรู้จักเพจเรา เห็นสินค้า และเพียงพอที่จะเปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ซื้อ ถ้าเราไม่ทำความคุ้นเคยกับเลขนี้ ก็จะบริหารคอนเท้นท์ผิดพลาดนะสิ

มีเพจก็ต้องสร้างคอนเท้นท์เป็นของคู่กัน ถ้าบริหารแบบไม่รู้ทิศทาง เราจะดึงค่าการเข้าถึงให้อยู่ในระดับที่สามารถสร้างยอดขายได้อย่างไร ถ้าไม่เข้าใจ จะรักษาการเข้าถึงให้ต่อเนื่องได้อย่างไร เรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่เกิดขึ้นเองถ้ากดเงินโปรโมท เว้นแต่น้องจะมีเงินเยอะมาก พร้อมทุ่มไม่อั้น หวังแค่ขายของได้

แต่พี่เชื่อว่า หลายคนคิดแบบพี่ มีเงินจำกัด และต้องการบริหารใช้เงินให้เต็มประสิทธิภาพที่สุด จริงไหม

FREQUENCY
ความถี่ ตัวเลขนี้แปลง่ายๆว่า จำนวนครั้งที่แฟนเพจจะเห็นโพสต์เราต่อวัน มันจะเริ่มต้นที่ 1.0 จากนั้นก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ บางแคมเปญของนักเรียน พี่เจอค่าความถี่สูงมาก บางคนอาจชอบ แฟนเพจเห็นซ้ำๆหลายครั้ง จะได้สนใจอยากรู้ ทนไม่ไหวก็คลิ๊กดูเอง
แต่พี่กลับไม่ค่อยชอบนะ เพราะเทสต์มาหลายแคมเปญ ถ้าเราสามารถกดค่าความถี่ให้ต่ำที่สุดได้ การตอบสนองจะดีกว่า ตัวอย่างเช่น น้องทักมาถาม แคมเปญรันไป 2-3วันแรก ตอบสนองดี หลังจากนั้น ยอดทักอินบ๊อกซ์เริ่มลดลง เพราะพี่สอนให้ดูค่าความถี่ น้องเขาจึงเห็นตัวเลข FREQUENCY ที่สูงขึ้น จึงทักมาปรึกษาว่าต้องแก้ไขอย่างไร พอแนะแนวทางไป ปรับแก้เรียบร้อย ยอดคนทักอินบ๊อกซ์ก็ดีดกลับมาทันที
เรื่องความถี่ เป็นตัวเลขที่หลายคนแลน้อยมาก อาจเพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร ความจริง มันช่วยให้เราบริหารแคมเปญโฆษณาดีขึ้นนะ ถ้าเราปล่อยตามมีตามเกิด คนทักอินบ๊อกซ์น้อย ลงเงินเท่าเดิม แต่คนทักน้อยลง มีใครชอบบ้าง...

RELEVANCE SCORE
คะแนนตรงความเป้าหมาย พี่ชอบเรียกคะแนนความประพฤติ แปลง่ายๆ มันเป็นตัวเลขที่บอกว่า แคมเปญนั้นน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนในสายตาของกลุ่มเป้าหมา
คะแนนเต็ม 10 ถ้าแคมเปญได้คะแนนแค่ 3-4 หยุดโปรโมทสถานเดียว สร้างโพสต์ใหม่ดีกว่า ถ้าคะแนนต่ำ หมายความต้นทุนสูง เพราะคนดูแล้วไม่ตอบสนองต่อแคมเปญ ไลค์น้อย อาจไม่เม้นท์ ไม่แชร์ การตอบสนองน้อยแบบนี้ แล้วหวังขายได้ ก็คงต้องลงเงินในแคมเปญนั้นเยอะมาก แต่พี่มาสายบริหารแคมเปญให้คุ้มนะ เลยต้องดันให้คอนเท้นท์มีคะแนนสูงเข้าไว้

เมื่อก่อนนะ กว่าจะได้คะแนนเต็ม 10 เป็นเรื่องยากมาก แต่ตอนนี้เหมือนเฟสบุ๊คปล่อยคะแนน ทำให้แต่ละแคมเปญได้คะแนนสูงง่ายมาก หรือว่าพี่คิดไปเอง เพราะเคยชินกับการได้คะแนนสูงเป็นประจำ 555

เพจใหม่เพิ่งเริ่มโปรโมท แรกๆก็อาจได้คะแนนไม่ดี แต่ความต่อเนื่องของคอนเท้นท์และการโปรโมทก็ช่วยทำให้คะแนนดีขึ้นค่ะ อีกแล้ว การได้คะแนนสูงๆ ไม่ขึ้นอยู่กับเงินที่ลงโปรโมทอย่างเดียว มันเป็นเรื่องคอนเท้นท์ล้วนๆที่ต้องตอบโจทย์คนที่เรามาเลือกกลุ่มเป้าหมาย เรื่องอื่นก็เป็นตัวประกอบช่วยกันเติมแต่งสีสันนะ
นักเรียนที่เรียนคอนเท้นท์กับพี่ หลายคนก็จะมีคะแนนแค่ 3-4 มาก่อน พอปรับแก้เรื่องคอนเท้นท์ลงโปรโมทไป ก็จะเห็นคะแนนที่สูงขึ้น มีน้องคนนึงตื่นเต้นมาก เรียนรู้มาเยอะ ดูคะแนนเป็น แต่ไม่รู้ว่าต้องแก้อย่างไรให้คะแนนสูงขึ้น พอเรียนกับพี่จบคอร์ส คะแนนดีดขึ้น 9/10 เล่นเอามือไม้สั่น ดีใจมาก ทักไลน์มาบอก พี่นะ...ยินดีด้วยจริงๆ ขนาดเรายังยินดีมากๆ แล้วตัวน้องเขา...จะภูมิใจในตัวเองขนาดไหน...เนอะ

ENGAGEMENT
การมีส่วนร่วม แปลง่ายก็คือปฎิกิริยาที่กลุ่มเป้าหมายตอบสนองต่อโพสต์ ไม่ว่าจะไลค์ คอมเม้นท์ แชร์ คลิ๊กลิงค์ ทั้งหลายทั้งปวงช่วยให้การมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราดูแยกเป็นแต่ละโพสต์ การเข้าถึงจะมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทโพสต์นะ แต่พี่แนะนำให้น้องดูตัวเลขรวมของการมีส่วนร่วมของเพจด้วย

ในขณะที่การเข้าถึง REACH ห้ามต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ค่าการมีส่วนร่วม ENGAGEMENT ก็ห้ามต่ำกว่าเกณฑ์เช่นกัน และมันควรเติบโตไปในทิศทางเดียวกันกับค่าการเข้าถึง หรือเติบโตดีกว่า...เพจนั้นถึงจะยิ่งขายของได้มากขึ้น
บางคนลงโปรโมท จ่ายเงินอย่างเดียว การเข้าถึงก็ดี เพราะลงเงินโปรโมทไง แต่พอดูที่ค่าการมีส่วนร่วม สวนทางกันเลย เป็นการสูญเงินโปรโมทไปอย่างน่าเสียดาย วิธีการแก้ไขที่ดีที่สุด ก็ต้องมาวางผังคอนเท้นท์กันใหม่ แก้ให้มันถูกจุด ถ้าไม่ทำแบบนี้ ยิงเพจไปก็ไม่ได้ผลลัพธ์ดังใจ

พี่พยายามเขียนให้เข้าใจง่ายๆ น้องๆก็ต้องลองไปเช็ค 5 ตัวเลขที่ว่า สิ่งที่เราไม่ถนัด มันจะไม่มีวันถนัด ถ้าเราไม่เริ่มลงมือหัดทำนะ ดังนั้น อย่าท้อ เพราะถ้าน้องหยุดพัฒนาตัวเอง คนอื่นก็แซงหน้านะคะ

น้องๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาบริหารแคมเปญยังไม่ได้ดังใจ อ่านเรื่องของพี่แล้วเริ่มเห็นที่มาที่ไปของการที่เราไม่ประสบความสำเร็จในการโปรโมท อยากเรียนรู้เพิ่ม เพื่อที่จะได้ทราบถึงเทคนิคอีกเยอะแยะที่พี่ใช้ในการบริหารคอนเท้นท์และแคมเปญโฆษณา พี่มีคอร์ส 2 วัน #BrandAdvance 2 โฟกัสเรื่อง Digital Content Marketing จะทำให้น้องเข้าใจและฝึกปฏิบัติในคลาสเพื่อสร้างโอกาสขายทางออนไลน์ รวมทั้งวิธีการแก้ไขกรณีเจอปัญหา

พี่สอนน้องๆหลากหลายธุรกิจ การบริหารคอนเท้นท์ที่ดี จะช่วยให้น้องสามารถสร้างความต่าง ความโดดเด่นให้เพจของตัวเอง เพราะมันไม่มีประโยชน์เลยนะ ถ้าเรียนแล้ว น้องก็ยังดูเหมือนเพจคู่แข่งหรือแย่กว่า ถ้าเป็นแบบนี้ ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าจากเราทำไม

ถ้าไม่ต่าง ไม่เด่น ไม่น่าสนใจ กลยุทธ์สุดท้ายที่น้องจะนำมาใช้คือ ลดราคา เป็นแอคชั่นที่ติดลบมากๆ ในเมื่อสินค้ามันไม่น่าสนใจ คนไม่ถาม พอยิ่งลดราคา ก็ยิ่งไม่น่าสนใจเข้าไปใหญ่นะ

คอร์สBrandAdvance 2 รุ่นที่ 15 จัดวัน 19-20 สิงหาคมที่กรุงเทพ ราคาค่าคอร์ส 8,500 จำกัดเพียง 15 คนเท่านั้น ชมรายละเอียด/รีวิวก่อนที่ http://www.conceptsalliance.com/brand_advance_2.htmlค่ะ
สอบถามเพิ่มเติมทักไลน์ ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee
เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์
ประสบการณ์ออกแบบแบรนด์กว่า 15 ปี